
น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี กรรมการบริหารพรรค และแม่ทัพสนามเลือกตั้งกรุงเทพฯ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เปิดเผยว่า ในการปราศรัยใหญ่ของพรรคภูมิใจไทยในวันพรุ่งนี้ (6 ก.พ.) ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ขอเชิญชวนประชาชนรับฟังนโยบายที่สำคัญของพรรคภูมิใจไทย โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยจะนำทีมปราศรัยด้วยตัวเอง รวมถึงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย จะเป็นการพูดถึงนโยบายเป็นหลัก โดยเฉพาะนโยบายเกี่ยวกับเศรษฐกิจ ซึ่งประเทศไทยต้องไม่ถูกลบออกจากแผนที่ทางเศรษฐกิจ รวมถึงแผนที่ด้านความมั่นคงก็ต้องไม่มีการเสียดินแดนแต่อย่างใด
โดยการปราศรัยในวันพรุ่งนี้ (6 ก.พ.) จะเป็นภาคต่อจากการปราศรัยที่สวนลุมพินีก่อนหน้านี้ โดยทุกคนจะมาเล่าให้ฟังว่า หากได้เป็นรัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรต่อ และแก้ปัญหาต่าง ๆ อย่างไร ถือเป็นการเฉลยคำตอบ
สิ่งสำคัญคือ หากเลือกพรรคภูมิใจไทยไปเป็นรัฐบาล และให้นายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี และจะได้ทั้งนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ที่จะดูแลกระทรวงการต่างประเทศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ จะดูแลเรื่องการค้าขาย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ จะกำกับดูแลด้านการคลัง ไปเป็นรองนายกรัฐมนตรี
น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ถือว่าต่างจากปี 2566 ซึ่งมีหลายคนรู้จักพรรคภูมิใจไทยมากขึ้น มีทั้งคนรักและชอบพรรคมากขึ้น ก็ขอให้ความรักและความชอบเหล่านั้น แปรเป็นพลังออกไปเลือกตั้ง ซึ่งมีประชาชนจำนวนมากที่ยังกลัวว่าบ้านเมืองจะมีความเสี่ยง และประชาชนก็คงคิดต่อว่า บ้านเมืองจะเสี่ยงไม่ได้ ประกอบกับหลายคนคงกลัวว่า จะไม่ได้มืออาชีพมาทำหน้าที่ จึงขอให้ทุกคนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
น.ส.ศุภมาส กล่าวว่า ในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้วว่า การที่พรรคภูมิใจไทยเข้ามาบริหารประเทศ ทั้งนายเอกนิติ นางศุภจี และนายสีหศักดิ์ ภายใต้การนำของนายอนุทิน ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่านโยบายสั้น ๆ ต่าง ๆ ได้ทำให้เป็นจริง เช่น คนละครึ่งพลัส เพราะทุกครั้งที่ไปเดินหาเสียง นโยบายนี้ก็อยู่ในใจของคน และสิ่งที่พูดมาโดยตลอดก็คือ เราไม่ได้ให้ปลากับประชาชน แต่เราให้เบ็ดและสอนให้ประชาชนมีวินัยการเงินการคลัง ซึ่งพรรคภูมิใจไทยใช้เงินในการหาเสียงน้อยมาก และไม่มีนโยบายประชานิยม เพราะถือว่า เป็นการสอนและให้ความรู้กับประชาชน ในเรื่องของการหาเงินอย่างไร เก็บเงินอย่างไร เพื่อให้อยู่รอดได้ ไม่เพียงแต่อยู่รอดในประเทศ แต่ในเวทีโลกก็พูดถึงปัญหาเศรษฐกิจ จึงต้องให้ความสำคัญ ดังนั้นแล้วหากได้ นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี และอีกสามคนมาเป็นทีมบริหารก็จะทำให้ประเทศไทยไร้ความเสี่ยง
ทั้งนี้ น.ส.ศุภมาศ ยังมั่นใจว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคจะปักธงในพื้นที่ กทม.ได้ แต่จะมากหรือน้อยอยู่ที่ประชาชน จึงขอให้ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งให้มาก ๆ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 ก.พ. 69)





