แร่เงินดิ่งกว่า 17% ทรุดเกิน 1 ใน 3 จากจุดสูงสุด ทองคำ-ทองแดงกอดคอร่วงระนาว

ราคาแร่เงิน (Silver) ทรุดหนักกว่า 17% ในวันนี้ (5 ก.พ.) ลบภาพการฟื้นตัวในช่วง 2 วันก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง หลังโลหะเงินเผชิญความยากลำบากในการหาฐานราคาใหม่จากภาวะตลาดปั่นป่วนครั้งประวัติศาสตร์ ขณะที่ราคาทองคำและโลหะพื้นฐานกอดคอร่วงตาม ท่ามกลางความกังวลต่อทิศทางนโยบายการเงินของสหรัฐฯ

ราคาเงินสปอต (Spot Silver) ร่วงรุนแรง แม้ในช่วงเช้าของการซื้อขายในตลาดเอเชียจะมีความพยายามดีดตัวขึ้นได้ชั่วคราวก็ตาม ทั้งนี้ หลังจากราคาพุ่งทะยานทำสถิติใหม่ในลักษณะที่ปรับตัวขึ้นแรงและเร็วเกินไป ล่าสุดราคาแร่เงินได้ปรับตัวลดลงมาแล้วมากกว่า 1 ใน 3 จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ที่ผ่านมา

นักวิเคราะห์ให้ความเห็นว่า ความเชื่อมั่นของนักลงทุนดูเหมือนจะอ่อนแอลงในสินทรัพย์เกือบทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้นในภูมิภาคหรือตลาดโลหะ สิ่งนี้ได้สร้างวงจรป้อนกลับเชิงลบท่ามกลางสภาพคล่องที่เบาบาง

การร่วงลงอย่างกะทันหันของกลุ่มโลหะมีค่าส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังตลาดโลหะพื้นฐาน โดยราคาทองแดงร่วงลงมากกว่า 1% หลุดระดับ 13,000 ดอลลาร์ต่อตัน ขณะที่ราคาทองคำสปอตปรับตัวลดลงราว 3.5% ท่ามกลางบรรยากาศการซื้อขายที่ผันผวน

ก่อนหน้านี้ ราคาโลหะมีค่าพุ่งทะยานในเดือนที่ผ่านมา โดยมีปัจจัยหนุนจากการเก็งกำไร สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ และความกังวลเรื่องความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ทว่าขาขึ้นดังกล่าวสะดุดลงอย่างกะทันหันเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว โดยแร่เงินเผชิญกับการร่วงลงต่อวันครั้งใหญ่ที่สุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันศุกร์ (30 ม.ค.) ส่วนทองคำดิ่งหนักที่สุดนับตั้งแต่ปี 2556

นักลงทุนได้แห่เข้าถือครองสถานะในโลหะมีค่าจำนวนมาก โดยมีแรงเสริมจากเม็ดเงินมหาศาลที่ไหลเข้าสู่ผลิตภัณฑ์ ETP (Exchange-traded product) ที่มีการใช้เลเวอเรจและกระแสการเข้าซื้อสิทธิเลือกซื้อ (Call option) ระลอกใหญ่ ก่อนจะเกิดการพังทลายของราคาในช่วงการซื้อขายที่ตลาดเอเชียเมื่อวันศุกร์ต่อเนื่องมาถึงต้นสัปดาห์นี้ แม้จะมีแรงซื้อคืนเข้ามาช่วยพยุงราคาไว้ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมาก็ตาม

ขณะเดียวกัน ตลาดกำลังจับตาท่าทีของเควิน วอร์ช ผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นประธานเฟดคนใหม่ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เผยกับ NBC News เมื่อวันพุธ (4 ก.พ.) ว่า เขาจะไม่เสนอชื่อวอร์ชแน่นอนหากเจ้าตัวมีแผนจะขึ้นดอกเบี้ย พร้อมย้ำว่า “แทบไม่มีข้อสงสัย” ว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยลงอีก ซึ่งถือเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มโลหะมีค่าที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย

โดยทั่วไปแล้ว แร่เงินมักจะมีความผันผวนสูงกว่าทองคำ เนื่องจากขนาดตลาดที่เล็กกว่าและสภาพคล่องที่น้อยกว่า แต่ความผันผวนรอบนี้ถือว่ารุนแรงเป็นพิเศษทั้งในแง่ของขนาดและอัตราความเร็ว ซึ่งเป็นผลมาจากแรงเก็งกำไรมหาศาลและการซื้อขายที่เบาบางนอกตลาดหลักทรัพย์

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 ก.พ. 69)