
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการดูแลความสงบเรียบร้อย ช่วงการเลือกตั้งว่า จากข้อมูลด้านการข่าว พบว่าหลายพื้นที่ทั่วประเทศมีการแข่งขันทางการเมืองค่อนข้างสูง จึงได้กำชับไปยังตำรวจภูธรภาค 1-9 ให้เพิ่มความเข้มงวดในการดูแลรักษาความปลอดภัย การอำนวยความสะดวก และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยเฉพาะจังหวัดที่ได้รับการแจ้งเตือนให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษ
ผบ.ตร. กล่าวว่า จากการประชุมติดตามสถานการณ์ พบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เป็นกรณีการทำลายป้ายหาเสียง ซึ่งขณะนี้พบการทำลายป้ายแล้วกว่า 500 ป้าย มีการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นพยานหลักฐาน และอยู่ระหว่างรวบรวมพยานเพื่อนำไปสู่การดำเนินคดี โดยมีการดำเนินคดีไปแล้วเกือบ 20 คดี และอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ ส่วนกรณีการซื้อสิทธิ์ขายเสียงนั้น ยังไม่ปรากฏข้อมูลหรือได้รับแจ้งเบาะแส
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวด้วยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ประสานงานกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้งส่วนกลาง และระดับจังหวัดอย่างใกล้ชิด เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและสนับสนุนภารกิจในส่วนที่ตำรวจสามารถดำเนินการได้ ทั้งด้านการรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัย และการบังคับใช้กฎหมาย
สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ในวันเลือกตั้งนั้น ตำรวจได้เตรียมกำลังพลกว่า 126,000 นาย เพื่อดูแลความเรียบร้อยในหน่วยเลือกตั้ง การรักษาความปลอดภัยหีบบัตร รวมถึงการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร โดยย้ำว่า ต้องการให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สุจริต โปร่งใส และคุ้มค่ากับงบประมาณที่รัฐและเจ้าหน้าที่ต้องใช้ในการปฏิบัติงาน พร้อมขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ช่วยกันรักษากติกาตามระบอบประชาธิปไตย
ผบ.ตร. กล่าวต่อว่า ในส่วนของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้เน้นย้ำเป็นพิเศษไปยังผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 รวมถึงพื้นที่ภาคใต้ที่ยังมีสถานการณ์ความไม่สงบ และ 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ให้ดูแลความปลอดภัยของหน่วยเลือกตั้งอย่างเข้มงวด เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีบริบทด้านความมั่นคงแตกต่างจากพื้นที่ทั่วไป และต้องเฝ้าระวังเหตุไม่พึงประสงค์เป็นกรณีพิเศษ
“ช่วงคืนก่อนวันเลือกตั้ง หรือที่เรียกว่าคืนหมาหอนในวันเสาร์ที่ 7 ก.พ. ได้กำชับเรื่องการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการจำหน่ายสุราอย่างเคร่งครัด ขณะเดียวกัน ในวันพรุ่งนี้ (6 ก.พ.) จะมีการปราศรัยใหญ่ของพรรคการเมืองหลายพรรค จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรอย่างเต็มที่” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าว
ผบ.ตร. กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลข่าวกรองเกี่ยวกับเหตุรุนแรง หรือความไม่สงบ สถานการณ์โดยรวมยังอยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และสามารถบริหารจัดการได้ตามแผนที่วางไว้ ทั้งนี้ คาดว่าในวันเลือกตั้งจะมีประชาชนออกมาใช้สิทธิเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการจราจรในหลายพื้นที่ ตำรวจจึงได้เตรียมแผนบริหารจัดการเส้นทาง พร้อมขอให้ประชาชนวางแผนการเดินทางล่วงหน้า และมาใช้สิทธิตามช่วงเวลาที่กำหนด เพื่อหลีกเลี่ยงความแออัด
ส่วนกรณีผลการเลือกตั้งที่อาจทำให้มีทั้งผู้สมหวัง และผิดหวัง โดยเฉพาะกลุ่มมวลชนที่สนับสนุนพรรคการเมืองต่าง ๆ นั้น พล.ต.อ.กิติ์รัฐ กล่าวว่า ตำรวจได้เตรียมแผนและมาตรการรองรับไว้แล้ว หากมีการกระทำที่เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง หรือกฎหมายอื่น ๆ เจ้าหน้าที่จะบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมตามพยานหลักฐาน
ผบ.ตร. กล่าวว่า หลายพื้นที่ยังคงเป็นพื้นที่แข่งขันสูง ทั้งในภาคกลาง ปริมณฑล ภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคใต้ ซึ่งตำรวจได้แจ้งข้อมูลข่าวกรองให้พื้นที่รับทราบ และกำหนดแผนปฏิบัติให้สอดรับกับสถานการณ์ โดยขอให้ทุกฝ่ายแข่งขันกันภายใต้กรอบประชาธิปไตย และเคารพกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม ในวันเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ.นี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดระยอง และจะลงพื้นที่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง พร้อมตรวจความเรียบร้อยในพื้นที่ต่างจังหวัดด้วยตนเอง โดยได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายวางตัวเป็นกลางอย่างเคร่งครัด หากพบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับการซื้อสิทธิ์ขายเสียง จะต้องถูกดำเนินคดีโดยไม่มีข้อยกเว้น เนื่องจากเป็นผู้บังคับใช้กฎหมายไม่สามารถกระทำผิดเสียเองได้
ทั้งนี้ ในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. จะมีการเปิดศูนย์อำนวยการดูแลการเลือกตั้ง ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เป็นประธาน เพื่ออำนวยการและติดตามสถานการณ์ตลอดวันเลือกตั้ง
นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ได้กำชับไปยังทุกหน่วยเลือกตั้งไม่ให้มีการซื้อเสียง หลังมีรายงานว่าในช่วง 2 วันก่อนการเลือกตั้ง พื้นที่ที่มีการแข่งขันรุนแรง และอาจมีการใช้เงินในช่วงก่อนถึงวันเลือกตั้ง คือ พื้นที่ภาคอีสานทุกจังหวัด และพื้นที่ภาคใต้ทุกจังหวัด ส่วนพื้นที่อื่นให้ดูแลเช่นเดียวกันตามสภาพของพื้นที่จนถึงคืนก่อนวันเลือกตั้ง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 ก.พ. 69)





