สปส.ไขข้อข้องใจ!! ปมตัวเลขข้อมูลเงินชราภาพในแอป SSO Plus ใหม่ไม่เหมือนเดิม

สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ชี้แจงกรณีผู้ประกันตนตรวจสอบข้อมูลเงินชราภาพในแอปพลิเคชัน SSO Plus แล้วพบว่ายอดเงินสะสมไม่สอดคล้องกับข้อมูลเงินชราภาพเดิมว่า จากการตรวจสอบพบว่าสาเหตุเกิดได้จากหลายกรณี ได้แก่ เช่นผู้ประกันตนอยู่ในพื้นที่ที่มีการประกาศลดอัตราเงินสมทบในบางช่วงเวลา เช่น ได้แก่ กรณีวิกฤตอุทกภัยน้ำท่วมที่มีการลดอัตราเงินสมทบเป็นบางพื้นที่ กรณีโควิด-19 กรณีช่วงประสบสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ผู้ประกันตนมีประวัติการทำงานกับนายจ้างหลายรายในช่วงเวลาเดียวกัน และผู้ประกันตนตนที่มีสถานะเป็นผู้ประกันตนทั้งมาตรา 33 และมาตรา 39 ภายในเดือนเดียวกัน ซึ่งระบบเดิมของแอปพลิเคชัน SSO Plus ไม่ได้นำข้อมูลเหล่านี้มาคำนวณเพื่อแสดงผล

นอกจากนี้ สำนักงานประกันสังคมได้ปรับรูปแบบการแสดงผลให้เป็นมาตรฐานเดียวกันในทุกช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นระบบ e-Self Service แอปพลิเคชัน ทางรัฐ หรือช่องทางอื่นๆ เพื่อให้ข้อมูลมีความถูกต้องและสอดคล้องกัน

ทั้งนี้ การแสดงข้อมูลเงินสมทบกรณีชราภาพบนแอปพลิเคชัน SSO Plus คำนวณมาจากเงินสมทบกรณีชราภาพจากผู้ประกันตน 3% และนายจ้าง 3% รวมเป็น 6% ตัวอย่างเช่น ผู้ประกันตนที่มีค่าจ้าง 15,000 บาท จะส่งเงินสมทบกรณีชราภาพรวมทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างเดือนละ 900 บาท เป็นต้น ซึ่งระบบแอปพลิเคชัน SSO Plus ใหม่ มีการนำช่วงเวลาที่มีการลดอัตราเงินสมทบจะมีการคำนวณเงินสมทบชราภาพลดลงตามสัดส่วนที่มีการลดอัตราเงินสมทบ เช่น เงินสมทบงวดเดือนพฤษภาคม 2565 ถึงงวดเดือนกรกฎาคม 2565 มีการจัดเก็บเงินสมทบ 1% โดยแบ่งเป็นเงินสมทบกรณีชราภาพ 0.05 % ผู้ประกันตนที่มีค่าจ้าง 15,000 บาท จะมีเงินสมทบสะสมกรณีชราภาพเดือนละ 7.50 บาท รวมสองฝ่ายสะสมเงินสมทบชราภาพ 15 บาท เป็นต้น

สำหรับหลักเกณฑ์ในการรับสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพ ผู้ประกันตนต้องสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตนและมีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป โดยผู้ที่ส่งเงินสมทบไม่ถึง 180 เดือน จะได้รับเป็นบำเหน็จชราภาพพร้อมผลประโยชน์ตอบแทน ซึ่งผู้ประกันตนจะได้รับเงินมากกว่ายอดเงินที่แสดงบนแอปพลิเคชัน SSO Plus ส่วนผู้ที่ส่งเงินสมทบตั้งแต่ 180 เดือนขึ้นไป จะได้รับเป็นบำนาญชราภาพตลอดชีวิตพร้อมผลประโยชน์ตอบแทน โดยสำนักงานประกันสังคมจะประกาศผลประโยชน์ตอบแทน บำเหน็จชราภาพประจำทุกปี ซึ่งในแต่ละปีจะได้รับไม่เท่ากัน

สำนักงานประกันสังคมต้องขออภัยในความไม่สะดวก ทั้งนี้ ได้ดำเนินการปรับปรุงระบบการให้บริการเพื่อให้ผู้ประกันตนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โปร่งใส และได้รับสิทธิประโยชน์ครบถ้วนตามที่กฎหมายกำหนด

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (05 ก.พ. 69)