ททท. เปิดเกมรุกตลาดอินเดียปักธงปี 69 ดึงนทท.แดนภารตะทะลุ 2.55 ล้านคน ตั้งเป้าโกยรายได้กว่า 9 หมื่นลบ.

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับผู้ประกอบการไทย ปักธงรุกตลาดอินเดียในงานส่งเสริมการขาย Outbound Travel Mart (OTM) 2026 ณ สาธารณรัฐอินเดีย คาดสร้างดีลธุรกิจไม่น้อยกว่า 5,000 นัดหมาย และเงินสะพัดราว 366 ล้านบาท หนุนตลาดอินเดียเติบโตกว่า 2.55 ล้านคนในปี 69

น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ตลาดอินเดียเป็นตลาดที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์และมีแนวโน้มเติบโตสูง โดยตั้งแต่ปี 67 พบว่ามีจำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางเข้าประเทศไทยมากกว่า 2.1 ล้านคน ซึ่งถือเป็นตัวเลขสูงสุดเป็นประวัติการณ์ และสูงกว่าปี 62 ถึง 8% ต่อมาในปี 68 ประเทศไทยสามารถปิดปีด้วยจำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียรวม 2.49 ล้านคน เกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ และสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวกว่า 87,749.18 ล้านบาท

สำหรับปี 69 ททท. มุ่งส่งเสริมตลาดร่วมกับพันธมิตรบริษัทนำเที่ยวและสายการบิน และกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวกลุ่ม Leisure อาทิ Millennials, Family, Active Senior และ Lady Travelers รวมถึงกลุ่มศักยภาพต่าง ๆ ได้แก่ Incentive, Wedding & Celebrations, Luxury Leisure และ Sport รวมถึงมุ่งเน้นทำงานกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยตามกรอบ SDG มากขึ้น โดยคาดว่าจะส่งเสริมให้ตลาดอินเดียเติบโตกว่า 2.55 ล้านคน และสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวกว่า 93,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-4 ก.พ. 69 มีนักท่องเที่ยวชาวอินเดียเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยแล้ว จำนวนทั้งสิ้น 256,782 คน อยู่ในอันดับที่ 4 ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังประเทศไทยมากที่สุด สะท้อนศักยภาพของตลาดอินเดียในฐานะตลาดระยะใกล้ที่มีบทบาทสำคัญต่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย และตอกย้ำความนิยมของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวอินเดียอย่างต่อเนื่อง

โดยปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากความสะดวกสบายในการเดินทางด้วยระยะเวลาบินเพียง 2-4 ชั่วโมง ผ่านเที่ยวบินตรงจากสายการบินกว่า 10 แห่ง โดยมีจำนวนที่นั่งโดยสารรองรับตลอดปีกว่า 3,835,214 ที่นั่งหรือกว่า 19,132 เที่ยวบิน ประกอบกับนักท่องเที่ยวอินเดียมีความคุ้นเคยกับประเทศไทยเป็นอย่างดี โดยมีสัดส่วนเป็นนักท่องเที่ยวที่เดินทางครั้งแรก (First Visit) 58.50% และการเดินทางซ้ำ (Repeat Visit) 41.50% นิยมเดินทางด้วยตนเองในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (Peak Season) ตั้งแต่เดือนธ.ค. ต่อเนื่องถึงเดือนม.ค.-กลางเดือนก.พ. โดยเฉพาะกลุ่มคู่แต่งงานที่เดินทางเพื่อการพักผ่อน การทำงานควบคู่การท่องเที่ยว (Workation) รวมถึงการเฉลิมฉลองงานแต่งงานหรือโอกาสพิเศษต่าง ๆ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 38,340 บาทต่อคนต่อทริป และพำนักเฉลี่ย 7.11 คืน

ทั้งนี้ กลุ่ม Millennials และ Gen Z ถือเป็นกำลังหลักของการเดินทางออกนอกประเทศของตลาดอินเดีย และตลาดอินเดียยังมีโอกาสเติบโตอีกมากจากการขยายตัวไปสู่เมืองรอง อาทิ Pune, Ahmedabad, Amritsar และ Lucknow รวมถึงความต้องการเดินทางของกลุ่มนักท่องเที่ยวศักยภาพสูง (High-Value Niche) ที่เพิ่มขึ้น เช่น Destination Wedding, Wellness Retreats และการเดินทางแบบครอบครัวหลายช่วงวัย (Multi-Gen Family Trips) ตลอดจนกลุ่ม Young Generation

นอกจากนี้ มาตรการยกเว้นการตรวจลงตราให้นักท่องเที่ยวอินเดีย สามารถเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยเป็นการชั่วคราวเพื่อการท่องเที่ยว ทำงาน หรือการติดต่อธุรกิจระยะสั้นได้ไม่เกิน 60 วัน ตั้งแต่วันที่ 15 ก.ค. 67 เป็นต้นมา ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทาง และส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวอินเดียเดินทางเข้าไทยเพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัดเช่นกัน

น.ส.ฐาปนีย์ เชื่อมั่นว่า การเข้าร่วมงานส่งเสริมการขายในครั้งนี้ จะช่วยยกระดับการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ และศักยภาพทางการท่องเที่ยวของประเทศไทยในตลาดอินเดียอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเป็นเวทีสำคัญในการรวบรวมข้อมูลเชิงลึกและวิเคราะห์แนวโน้มตลาด เพื่อนำไปสู่การวางกลยุทธ์ทางการตลาดที่ตรงจุดและตอบสนองต่อความต้องการของนักท่องเที่ยวอินเดียได้อย่างดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะเจ้าบ้านที่พร้อมมอบการต้อนรับอย่างอบอุ่นและมีคุณภาพแก่นักท่องเที่ยวอินเดีย ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดเป้าหมายสำคัญของประเทศ

สำหรับงานส่งเสริมการขายทางการท่องเที่ยว Outbound Travel Mart (OTM) 2026 ณ นครมุมไบ สาธารณรัฐอินเดีย เป็นงานส่งเสริมการขายในรูปแบบ B2B ระดับนานาชาติขนาดใหญ่ของภูมิภาคเอเชียใต้และภาคตะวันตกของสาธารณรัฐอินเดีย โดยมีคูหาจัดแสดงกว่า 1,600 คูหา จากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก ซึ่งปีนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-7 ก.พ. 69 ททท. เข้าร่วมเป็นครั้งที่ 13 พร้อมยกเสน่ห์การท่องเที่ยวไทยไปจัดแสดงในคูหาประเทศไทย ขนาด 200 ตารางเมตร ให้เป็นพื้นที่เจรจาธุรกิจ เชื่อมโยงผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยกับผู้ซื้อจากตลาดอินเดียอย่างใกล้ชิด กระตุ้นความสนใจพร้อมของนักท่องเที่ยวชาวอินเดียกลุ่ม Leisure, First Visit, Millennials และกลุ่มคุณภาพสูง (Quality Travelers)

พร้อมกันนี้ได้นำผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยรวม 36 ราย แบ่งเป็นโรงแรมและที่พัก 17 ราย บริษัทนำเที่ยว 11 ราย แหล่งท่องเที่ยว 7 ราย และสายการบิน 1 ราย ร่วมสร้างโอกาสทางการค้าและขยายฐานนักท่องเที่ยวในตลาดอินเดีย ผ่านการเชื่อมต่อกับผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยวตัวจริงในพื้นที่ และเพิ่มขีดความสามารถในการนำเสนอสินค้าและบริการท่องเที่ยวไทยให้แก่ผู้ประกอบการอินเดียผ่านการเจรจาธุรกิจมากขึ้น ตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ Amazing Thailand ภายใต้แคมเปญ Healing is the New Luxury

โดยคาดการณ์ว่าการเข้าร่วมงานดังกล่าว จะก่อให้เกิดการเจรจาธุรกิจไม่น้อยกว่า 5,000 นัดหมาย และสร้างรายได้ทั้งทางตรงและทางอ้อมประมาณ 366 ล้านบาท

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (06 ก.พ. 69)