เรือประมงจีนรวมตัวกว่า 2,000 ลำ สร้างกำแพงลอยน้ำใกล้เส้นกึ่งกลางจีน–ญี่ปุ่น

ingeniSPACE ซึ่งเป็นบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ (geospatial data analytics) จากสหรัฐฯ เปิดเผยว่า นับตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว มีเรือประมงจีนรวมตัวกันใกล้เส้นกึ่งกลางทะเลระหว่างจีนกับญี่ปุ่นในทะเลจีนตะวันออกอย่างน้อย 2 ครั้ง โดยมีจำนวนสูงสุดราว 2,000 ลำ ก่อให้เกิดแนวกำแพงลอยน้ำยาวกว่า 400 กิโลเมตร

ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า ชาวประมงทั่วไปถูกระดมให้ทำหน้าที่เป็นกองกำลังทางทะเลในคราบพลเรือน เพื่อสร้างแนวกั้นขัดขวางการเข้าถึงพื้นที่ของเรือลำอื่น และกิจกรรมในลักษณะนี้มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นต่อเนื่องจนกลายเป็นเรื่องปกติใหม่

หมู่เกาะเซ็งกากุซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของญี่ปุ่น แต่จีนอ้างสิทธิ์นั้น ตั้งอยู่ในทะเลจีนตะวันออก โดยจีนส่งเรือเข้าไปใกล้หมู่เกาะดังกล่าวเป็นประจำเพื่อย้ำการอ้างสิทธิ์ ซึ่งจีนเรียกหมู่เกาะนี้ว่า เตียวหยู

ข้อมูลที่บริษัท ingeniSPACE เก็บรวบรวมจากระบบระบุตำแหน่งอัตโนมัติของเรือระบุว่า ระหว่างวันที่ 24–26 ธ.ค. มีเรือประมงจีนราว 2,000 ลำ เรียงตัวเป็นรูปตัวยู ยาวประมาณ 470 กิโลเมตร กว้างราว 80 กิโลเมตร อยู่ในฝั่งจีนของเส้นกึ่งกลางทางทะเลระหว่างชายฝั่งของทั้งสองประเทศ

ต่อมาเมื่อวันที่ 11 ม.ค. เรือประมงจีนราว 1,500 ลำ เรียงแถวเป็นแนวยาวกว่า 400 กิโลเมตร ในบริเวณน่านน้ำที่คร่อมเส้นกึ่งกลางดังกล่าว

ชิซาโกะ มาซูโอะ ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยคิวชู ซึ่งทำวิจัยร่วมกับ ingeniSPACE กล่าวว่า เชื่อกันว่าชาวประมงเหล่านี้เข้าร่วมการฝึกทางทหารของจีน และอาจมีอดีตทหารเป็นผู้นำ โดยกิจกรรมดังกล่าวถูกจับตาก่อนที่กองทัพจีนจัดการซ้อมรบขนาดใหญ่รอบไต้หวันในช่วงปลายปีที่ผ่านมา

มาซูโอะระบุว่า ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างจีนกับญี่ปุ่นที่ทวีความรุนแรงขึ้นตั้งแต่เดือนพ.ย. เรือเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อส่งสัญญาณเตือนไปยังญี่ปุ่นและไต้หวัน โดยอ้างถึงข้อพิพาททางการทูตจากถ้อยแถลงในรัฐสภาของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ซึ่งบ่งชี้ว่าญี่ปุ่นอาจดำเนินการ หากมีการโจมตีไต้หวันซึ่งเป็นเกาะปกครองตนเองที่จีนอ้างสิทธิ์

ทั้งนี้ มาซูโอะเรียกร้องให้รัฐบาลญี่ปุ่นเพิ่มความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อยกระดับการติดตามความเคลื่อนไหวทางทะเลของจีน ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลข่าวกรอง

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 ก.พ. 69)