
นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ แกนนำพรรคประชาชน ขึ้นเวทีปราศรัยโค้งสุดท้ายที่จังหวัดนครศรีธรรมราช เขต 1 เพื่อสนับสนุน นายปกรณ์ อารีกุล ผู้สมัครหมายเลข 4 ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก โดยครั้งนี้มาในลีลาสุดเข้มข้น หยิบยกวัฒนธรรม “เพลงบอก” มาถ่ายทอดความในใจของคนในพื้นที่ ที่ต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจซบเซา ราคาพืชผลตกต่ำ ค่าแรงไม่เพียงพอต่อค่าครองชีพ รวมถึงความรู้สึกเหมือนถูกละเลยจากผู้แทนที่เคยได้รับความไว้วางใจ
นายณัฐชาใช้ภาษาถิ่นถ่ายทอดผ่านท่วงทำนองพื้นเมือง สร้างเสียงฮือฮาให้กับผู้ร่วมฟัง พร้อมวิพากษ์วิจารณ์พรรคประชาธิปัตย์ ที่อ้างตนว่าเป็นเสมือนสมบัติของพ่อเฒ่า ว่าไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เนื้อหาของเพลงยังสะท้อนความเจ็บปวดลึก ๆ ของชาวใต้ที่ยังต้องการผู้แทนเข้าไปแก้ไขปัญหา พร้อมเสนอให้เปิดใจเลือกคนใหม่ นอกจากนี้ยังหยิบยกวิถีครัวพื้นบ้าน เสน่ห์อาหารปักษ์ใต้ มาเชื่อมโยงกับการเมือง โดยย้ำว่าคนใต้ถูกทอดทิ้งมานานนับสิบปี
นายณัฐชายังกล่าวถึง “เคล็ดลับของแม่เฒ่า” ที่ส่งต่อกันมาหลายชั่วอายุคน ผ่านเมนูแกงส้มซึ่งอยู่คู่ทุกมื้ออาหาร โดยระบุว่า ความลับที่ทำให้แกงใต้มีรสชาติจัดจ้านและโดดเด่น คือการต้องมี “สีส้ม” พร้อมเปรียบเปรยถึงการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองว่า ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนด้วย “พริกแกงส้ม”
“แม่เฒ่าบอกมาตลอดผ่านเสน่ห์ปลายจวักว่า ถ้าอยากให้บ้านเมืองหรอย มีรสชาติ และแก้ปัญหาได้เบ็ดเสร็จ เคล็ดลับมันอยู่ที่สีส้มนี่แหละ แกงส้มใต้ถ้าขาดสีส้มไป ก็จืดชืดและไม่มีพลัง” นายณัฐชากล่าว
ในช่วงท้าย นายณัฐชาได้วิพากษ์วิจารณ์พรรคประชาธิปัตย์อย่างเผ็ดร้อน โดยชี้ให้เห็นว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา คนใต้ให้ความรักและความไว้วางใจกับพรรคการเมืองเก่าแก่มาโดยตลอด แต่เมื่อก้าวเข้าสู่อำนาจและร่วมเป็นรัฐบาล กลับละเลยความเดือดร้อนของประชาชนที่เคยสนับสนุน
“เขาบอกว่าเป็นพรรคของคนใต้ แต่เมื่อได้เป็นรัฐบาลกลับลืมคนใต้ ลืมชาวสวนยาง ลืมชาวประมง ทิ้งให้พี่น้องเผชิญชะตากรรมตามลำพัง วันนี้คนใต้ตาสว่างแล้ว และพร้อมใช้สิทธิ์เลือกอนาคตใหม่ ที่ไม่ใช่พรรคที่รักแต่ปาก แต่เป็นพรรคที่พร้อมทำงานจริงอย่างพรรคสีส้ม”
การปราศรัยครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์ “เจาะฐานเสียงเดิม” ในพื้นที่ภาคใต้ โดยใช้วัฒนธรรมท้องถิ่นเป็นสะพานเชื่อมโยงนโยบายของพรรคประชาชน เข้ากับวิถีชีวิตของชาวปักษ์ใต้ ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (07 ก.พ. 69)




