
สำนักข่าวเกียวโดรายงานข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่นในวันนี้ (9 ก.พ.) เผยให้เห็นว่า ค่าจ้างที่แท้จริงของแรงงานในปี 2568 ลดลง 1.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นับเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เนื่องจากรายได้ของประชาชนยังโตไม่ทันราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้น
กระทรวงฯ รายงานว่า ค่าจ้างที่เป็นตัวเงิน (Nominal wages) หรือรายได้เงินสดเฉลี่ยต่อเดือนต่อพนักงานหนึ่งคน (รวมค่าจ้างพื้นฐานและค่าล่วงเวลา) ในปีที่ผ่านมา ขยับเพิ่มขึ้น 2.3% มาอยู่ที่ 355,919 เยน (2,260 ดอลลาร์) ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นติดต่อกันเป็นปีที่ 5
อย่างไรก็ตาม ราคาผู้บริโภคในปีที่รายงาน ปรับตัวขึ้น 3.7% เร่งตัวขึ้นจากระดับ 3.2% ในปีก่อนหน้า ซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าจ้างที่ปรับค่าเงินเฟ้อแล้ว หรือค่าจ้างที่แท้จริง ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดอำนาจซื้อของผู้บริโภค
สมาพันธ์ธุรกิจญี่ปุ่น (Keidanren) ระบุว่า บริษัทรายใหญ่ของญี่ปุ่นได้ตกลงปรับขึ้นค่าจ้างเฉลี่ย 5.39% ในการเจรจาค่าจ้างช่วงฤดูใบไม้ผลิ หรือ “ชุนโต” (shunto) ประจำปี 2568 ก่อนที่จะเริ่มปีบัญชีของบริษัทส่วนใหญ่
สำหรับจุดสนใจของการเจรจาค่าจ้างในช่วงฤดูใบไม้ผลิปีนี้คือ การปรับขึ้นค่าจ้างในบริษัทขนาดใหญ่จะยังคงสูงกว่าระดับ 5% เป็นปีที่ 3 ติดต่อกันหรือไม่ และจะมีการปรับเพิ่มค่าจ้างในบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) หรือไม่ ขณะที่สมาพันธ์สหภาพแรงงานญี่ปุ่น (Rengo) ได้เรียกร้องให้มีการปรับเพิ่มค่าจ้างที่แท้จริงขึ้น 1%
ทั้งนี้ ค่าจ้างที่แท้จริงส่งผลกระทบโดยตรงต่อการบริโภคภาคเอกชน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของญี่ปุ่น
ขณะนี้ ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) กำลังจับตาการเจรจาค่าจ้างในช่วงฤดูใบไม้ผลิอย่างใกล้ชิด เพื่อใช้เป็นเกณฑ์สำคัญในการตัดสินใจเชิงนโยบาย หลังจากที่เพิ่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในเดือนธ.ค. สู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2538
สำหรับข้อมูลเฉพาะเดือนธ.ค. ค่าจ้างที่แท้จริงของสถานประกอบการที่มีพนักงานตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ลดลง 0.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นับเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 12 ขณะที่ค่าจ้างที่เป็นตัวเงินเพิ่มขึ้น 2.4% มาอยู่ที่ 631,986 เยน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 48
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 ก.พ. 69)





