
หน่วยงานกำกับดูแลของจีนได้แนะนำให้สถาบันการเงินภายในประเทศ ลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ โดยเรียกร้องธนาคารต่าง ๆ จำกัดการซื้อพันธบัตร และสั่งการให้สถาบันการเงินที่ลงทุนสูงในพันธบัตรสหรัฐฯ ลดการถือครองลง เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงและความผันผวนที่กระจุกตัวในตลาดพันธบัตร
แหล่งข่าวเปิดเผยกับสำนักข่าวบลูมเบิร์กในวันนี้ (9 ก.พ.) ว่า คำแนะนำนี้เป็นความพยายามในการกระจายความเสี่ยงในตลาด มากกว่าที่จะเป็นมาตรการตอบโต้ทางการเมืองระหว่างประเทศ หรือสะท้อนถึงการขาดความเชื่อมั่นในความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯ โดยคำแนะนำไม่ได้บังคับใช้กับหน่วยงานภาครัฐของจีนที่ถือครองพันธบัตรสหรัฐฯ
ข่าวดังกล่าวส่งผลให้ราคาพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง ซึ่งทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรทุกประเภทดีดตัวขึ้นในการซื้อขายช่วงบ่ายในตลาดเอเชีย ส่วนเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น ๆ
แหล่งข่าวระบุว่า คำแนะนำดังกล่าวของทางการจีนมีขึ้นก่อนที่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้หารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในขณะที่ปธน.ทรัมป์วางแผนที่จะพบกับปธน.สีในการประชุมสุดยอดซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงปักกิ่งในช่วงเดือนเม.ย.
ทั้งนี้ ข้อมูลจากสำนักงานบริหารเงินตราต่างประเทศของจีน (SAFE) ระบุว่า ธนาคารต่าง ๆ ของจีนถือครองพันธบัตรสกุลเงินดอลลาร์มูลค่าประมาณ 2.98 แสนล้านดอลลาร์ ณ เดือนก.ย. 2568 แต่ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าในจำนวนดังกล่าวเป็นพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จำนวนเท่าใด
ด้านธนาคารกลางจีน (PBOC) และสำนักงานกำกับดูแลการเงินแห่งชาติ (NFRA) ของจีน ยังไม่ได้ออกมาแสดงความเห็นใด ๆ เกี่ยวกับรายงานข่าวดังกล่าว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 ก.พ. 69)





