เลือกตั้ง’69: พรรคส้ม ชี้เป้า “บัตรเสีย-บัตรเขย่ง” ผิดปกติ จี้ กกต.เร่งตรวจสอบ

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) แถลงข่าวผลการเลือกตั้ง พร้อมเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตรวจสอบความผิดปกติของการนับคะแนนในหลายเขต ซึ่งจากการติดตามข้อมูล ทั้งในส่วนของผลการเลือกตั้งที่มีการอัพเดตข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงเรื่องร้องเรียน หรือเหตุผิดปกติในการเลือกตั้ง ที่พรรคฯ ได้รับข้อมูลเข้ามาจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งจากทีมงานของพรรคที่ได้ประสานงานไปยังผู้สมัครในพื้นที่ พบว่าผลการเลือกตั้ง สส. เขตน่าจะได้อยู่ที่ 88 คน และ สส.บัญชีรายชื่อ อยู่ที่ประมาณ 30 กว่าคน รอผลการเลือกตั้งที่สมบูรณ์มากขึ้นกว่านี้ ก็จะทราบอย่างแน่ชัดว่า สส.ระบบบัญชีรายชื่อจะได้ถึงลำดับที่เท่าไร

ในเรื่องของเหตุผิดปกติที่เกิดขึ้นระหว่างการเลือกตั้งนั้น ในภาพรวมพรรคฯ น้อมรับผลการเลือกตั้งที่ออกมา อย่างไรก็ตาม ทุกคะแนนเสียงของประชาชนมีความหมาย ตนและพรรคฯ พร้อมทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในการปกป้องทุกคะแนนเสียงของประชาชน

สำหรับการพบเหตุผิดปกติ เช่น ลำปาง เขต 2 ที่มีบัตรเสีย 7,000 กว่าใบ ซึ่งส่วนต่างที่แพ้ชนะอยู่ที่ราว 2,000 คะแนน กรณีนี้จะมีการดำเนินการขอให้มีการนับคะแนนใหม่ อีกตัวอย่าง คือ ขอนแก่น เขต 3 พบว่ามีกรณีที่แพ้ชนะกันแค่หลักร้อยคะแนนเท่านั้น แต่จำนวนบัตรเสียและบัตรเขย่งมีความผิดปกติค่อนข้างมาก ซึ่งผู้สมัครได้ดำเนินกระบวนการขอให้มีการนับคะแนนใหม่แล้วเช่นเดียวกัน และยังมีความผิดปกติอื่น เช่น ปทุมธานี ที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) มีการปิดห้องนับคะแนน แม้ผลการนับคะแนนใหม่ไม่ได้ต่างมากนัก แต่การทำให้กระบวนการโปร่งใสและเป็นธรรมเชื่อถือได้เป็นสิ่งสำคัญที่จะละเลยไม่ได้เช่นกัน

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ยังมีอีกหลายกรณีที่อาจเอ่ยไม่หมด จึงได้แต่งตั้ง นายธีระ สุธีวรางกูร ที่ปรึกษากฎหมายของพรรค และทีมผู้บริหารพรรค ปชน. เป็นหัวเรือในการตรวจสอบทุกกรณีเหตุผิดปกติที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนที่พบเหตุผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นส่วนที่เกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องกับผู้สมัครของพรรค ปชน. สามารถแจ้งเรื่องเข้ามาได้ที่พรรค ปชน.โดยตรง รวมถึงช่องทางของภาคประชาสังคม เช่น vote62 ที่มีการเปิดเว็บไซต์รับเรื่องร้องเรียนออนไลน์ที่เกิดเกี่ยวกับเหตุปกติในการเลือกตั้ง โดยพรรคฯ พร้อมทำงานร่วมกับภาคประชาชนทุกภาคส่วนในการดำเนินการทุกส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

“ขอเป็นกำลังใจให้ประชาชนทุกคน การเลือกตั้งครั้งนี้ อาจมีประชาชนบางส่วนที่รู้สึกผิดหวัง แต่ยืนยันอีกครั้งว่า การทำงานการเมือง ตราบใดที่เรายังคงเชื่อมั่นในพลังเสียงของประชาชน ยังคงเชื่อมั่นว่าประเทศมีทางออก พรรคประชาชน และผม ก็พร้อมที่จะเป็นตัวแทนของประชาชนในการผลักดันวาระในประเด็นอื่น ๆ ต่อไป ไม่อยากให้ประชาชนรู้สึกท้อถอย อยากให้ทุกคนมีความหวัง และมีส่วนร่วมกับการเมืองอย่างเต็มที่ต่อไป” หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าว

 

  • “เท้ง” พร้อมทำงานการเมืองหนักขึ้น รับมือเลือกตั้งครั้งหน้า

ส่วนกรณีการจัดตั้งรัฐบาลนั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จุดยืนของพรรคฯ ยังเหมือนเดิม ยืนยันว่าให้พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่เป็นพรรคอันดับ 1 ได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลก่อน และตราบใดที่พรรคภูมิใจไทย ยังเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล พรรคประชาชนจะไม่เข้าไปร่วมรัฐบาล

ส่วนปัจจัยในการแพ้ชนะเลือกตั้งมีหลายอย่าง แน่นอนว่าการบริหารจัดการภายในพรรค และผู้สมัคร ก็เป็นองค์ประกอบหนึ่ง ซึ่งพรรคประชาชนจะกลับมาทบทวน และสิ่งที่พรรคฯ จะทำ คือ การทำงานให้หนักขึ้น รู้ทันกลยุทธ์การเมืองของฝั่งตรงข้ามให้มากขึ้น เพื่อเตรียมรับมือในการเอาชนะการเลือกตั้งครั้งต่อไปได้อย่างดีมากขึ้น

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า แม้ขณะนี้ผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการยังไม่ออกมา แต่ก็พอทำให้เห็นภาพรวมในบางกรณี เช่น กรณีที่คู่แข่งบางเขตอาจมีการแบ่ง หรือหลบเขตกัน หากมองย้อนกลับไปเปรียบเทียบกับการเลือกตั้งในปี 66 คะแนนผู้สมัครของพรรคปชน. ไม่ได้ลดลงหรือเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ เป็นตัวอย่างที่ทำให้เห็นว่าหลายกรณีไม่ได้เกิดจากการทำหน้าที่ที่บกพร่องของผู้สมัคร แต่อยู่ที่บริบทในการต่อสู้ว่าคู่แข่งแข่งกันเอง หรือมีการหลบเขตให้กันหรือไม่ แต่ขอยืนยันอีกครั้งว่านั่นไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ทำให้พรรคประชาชนแพ้การเลือกตั้ง พรรคฯ เคารพในเสียงของประชาชน และพร้อมกลับไปวิเคราะห์อย่างละเอียดถี่ถ้วน เมื่อผลการเลือกตั้งออกมาอย่างเป็นทางการ

พร้อมยอมรับว่า การจะเอาชนะการเลือกตั้งได้ นอกจากการเอาชนะทางความคิดในการปักธง เป็นพรรคหนึ่งในประเทศที่ประชาชนหลายคนยอมรับในเรื่องของวาระก้าวหน้าที่พรรคฯ ผลักดันมาตลอดแล้ว การทำงานเครือข่ายเชิงลึกในพื้นที่ การมีความใกล้ชิดกับประชาชนมากกว่านี้ จะเป็นสิ่งที่พรรคฯ ต้องทำงานให้หนักขึ้นอีก แม้ในอดีตจะทำอยู่แล้วอย่างต่อเนื่องก็ตาม แต่ก็เป็นเรื่องที่ต้องกลับไปถอดบทเรียน การทำงานในเชิงเครือข่ายในพื้นที่แบบที่ไม่ได้ยึดโยงกับระบบอุปถัมภ์ในอดีต แต่เป็นวิธีการเข้าหาประชาชน เป็นสิ่งที่พรรคฯ ให้ความสำคัญและจะเดินหน้าต่อไปแน่นอน

ส่วนกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ขอบคุณพรรคประชาชน ที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยชนะการเลือกตั้ง และมาไกลได้ขนาดนี้นั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า “จริง ๆ ไม่ต้องขอบคุณ เพราะตัวคุณอนุทิน ก็ไม่ได้ทำตามคำสัญญาที่ตกลงกันตาม MOA ไม่ได้ผลักดันรัฐธรรมนูญให้ผ่านตามที่ได้พูดคุยกัน เพราะฉะนั้น ผมว่าไม่จำเป็นต้องขอบคุณแต่อย่างใด หวังว่าจะทำตามที่ให้คำมั่นสัญญาไว้ต่อพ่อแม่พี่น้องประชาชนในการเลือกตั้งครั้งนี้ทุกอย่าง” หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าว

ส่วนการตั้งรัฐบาลของนายอนุทิน จะทำให้เกิดเดตล็อกในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่นั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ขณะนี้แม้ผลประชามติยังไม่เป็นที่สรุป 100% แต่ก็เชื่อว่าน่าจะผ่านความเห็นชอบให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อยู่แล้ว ดังนั้น จึงอยากให้รัฐบาล และทุกพรรคการเมืองในสภาฯ ตลอดจนวุฒิสภา ได้ทำตามเจตนารมณ์ของประชาชนที่ออกเสียงประชามติว่า อยากให้เดินหน้าทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

ส่วนพรรคเพื่อไทย ที่ยังลังเลที่จะร่วมรัฐบาลนั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เป็นสิทธิของพรรคเพื่อไทยที่จะตัดสินใจ ตนคงไปพูดแทนพรรคเพื่อไทยไม่ได้ แต่อยากขอให้ทุกพรรคตัดสินใจทำอะไรคิดถึงหน้าประชาชน ทำตามเจตนารมณ์ของประชาชน ที่ประชาชนให้ความไว้วางใจ ทำตามทุกคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้ในการหาเสียง

เมื่อถูกถามว่าเสียใจหรือไม่ ที่โหวตให้นายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรีในคราวนั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เข้าใจในความรู้สึกของประชาชนหลายส่วน ที่อาจจะมองว่าเรื่องนี้เป็นส่วนสำคัญ ซึ่งที่ผ่านมา ก็ได้มีการถอดบทเรียน หรือรับฟังความรู้สึกร่วมกันกับผู้สนับสนุนพรรค หรือประชาชนหลายส่วน โดยส่วนตัวยืนยันว่า กระบวนการตัดสินใจที่ผ่านมา พรรคฯ ได้ไตร่ตรองอย่างรอบคอบอย่างดีที่สุดแล้ว ผ่านกระบวนการรับฟังความเห็นจากทุกองคาพยพของพรรคอย่างถี่ถ้วน เพราะฉะนั้น ณ เวลานี้ขอมุ่งมั่นเดินหน้าอย่างเดียว ทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดต่อไป

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (09 ก.พ. 69)