สหรัฐฯ เล็งปิดดีลการค้ากับอินโดนีเซียในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

เจมิสัน กรีเออร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์ บิสสิเนส (Fox Business) ในวันอังคาร (10 ก.พ.) ว่า เขาคาดการณ์ว่า สหรัฐฯ จะสามารถบรรลุข้อตกลงทางการค้าขั้นสุดท้ายกับอินโดนีเซียได้ภายในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า พร้อมกับเปิดเผยว่า ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ในขณะนี้ยังคงมีเสถียรภาพ ก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งในเดือนเม.ย.นี้

เมื่อผู้ดำเนินรายการถามถึงข้อตกลงการค้าที่กำลังจะเกิดขึ้น กรีเออร์กล่าวว่า “ผมขอพูดถึงอินโดนีเซียในฐานข้อตกลงใหญ่ฉบับถัดไป” โดยเขาแสดงความคาดหวังว่า อินโดนีเซียจะกลายเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดสำหรับสินค้าอเมริกา

“เรามีการพูดคุยกับทางอินโดนีเซียแทบทุกวัน และนี่คือสิ่งที่พวกเราทุกคนต่างรู้สึกตื่นเต้น” กรีเออร์กล่าว

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ทยอยประกาศข้อตกลงการค้าทวิภาคีอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา รวมถึงข้อตกลงกับอินเดียและบังกลาเทศ โดยการประกาศข้อตกลงจำนวนมากนี้มีขึ้นในช่วงเวลาที่ศาลฎีกาอาจมีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของ “มาตรการภาษีตอบโต้” (Reciprocal Tariffs) ของปธน.ทรัมป์อย่างเร็วที่สุดในวันที่ 20 ก.พ. ซึ่งมาตรการดังกล่าวมุ่งเป้าเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากประเทศคู่ค้าเกือบทุกแห่ง โดยอ้างอิงอำนาจตามกฎหมายภาวะฉุกเฉินที่ประกาศใช้ในช่วงทศวรรษ 2513

กรีเออร์ระบุว่า รัฐบาลทรัมป์มีความเชื่อมั่นต่อคดีดังกล่าว แต่ถึงแม้ว่าศาลสูงสุดจะวินิจฉัยว่าการจัดเก็บภาษีนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญ รัฐบาลก็จะใช้เครื่องมืออื่น ๆ ในการกำหนดกำแพงภาษีระดับสูงต่อไป

สำหรับความเป็นไปได้ในการเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งของปธน.ทรัมป์ในเดือนเม.ย.เพื่อพบปะกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนนั้น กรีเออร์กล่าวว่า “เรื่องนี้ได้ถูกกำหนดไว้แล้ว” และเสริมว่า แม้ว่าสหรัฐฯ ยังคงต้องทำการค้ากับจีนต่อไป แต่กระบวนการดังกล่าวต้องได้รับการบริหารจัดการในแนวทางที่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯ

ทั้งนี้ กรีเออร์กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ของจีนและสหรัฐฯ มีการติดต่อประสานงานกันอย่างสม่ำเสมอ และจะมีการหารือเพิ่มเติมก่อนการพบปะกันระหว่างปธน.ทรัมป์และปธน.สี

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 ก.พ. 69)