
WHA ปรับขึ้น 2.63% มาที่ 3.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท มูค่าซื้อขาย 300.31 ล้านบาท เมื่อเวลา 10.18 น.จากราคาเปิด 3.82 บาท ราคาสูงสุด 3.94 บาท ราคาต่ำสุด 3.80 บาท
บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุว่า key point ของ บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น [WHA] คือไตรมาส 4/68 คาดกำไร 1,308 ลบ. สูงขึ้น y-y และ q-q จากโอนที่ดินได้สูงขึ้น โดยมีการโอน Big lot ลูกค้า Data center เข้ามา และมีการขายสินทรัพย์เข้า REIT มาช่วยเสริม กำไรทั้งปี 68 คาดเติบโต +14.6%y-y และทำ All time high ส่วนยอดขายอาจอ่อนตัวจากลูกค้ารายใหญ่ยังอยู่ระหว่างเจรจา ซึ่งจะเป็นผืนใหญ่ที่สุดของ WHA ที่เคยเจรจามาราว 1.0 พันไร่ ประโยชน์อาจตกมายังปี 69 หากสามารถปิดการขายได้ ราคาพื้นฐาน 4.98 บาท คงคาแนะนำ”ซื้อ”
ไตรมาส 4/68 คาดจะมีกำไร 1,308 ลบ. +4.9%y-y +106.2%q-q จากยอดโอนที่ดินดีที่ 738 ไร่ (WHA 550 ไร่, นิคม-JV 188 ไร่) สูงขึ้น y-y และ q-q ทั้งส่วนของ WHA และ นิคม-JV โดยในส่วนของ WHA มีโอน Big lot ลูกค้า Data center เข้ามา ช่วยทำรายได้สูงขึ้น y-y และ q-q ส่วนนิคม-JV เสริมให้ส่วนแบ่งกำไรสูงขึ้น y-y และ q-q และมีขายสินทรัพย์เข้า REIT มูลค่า 769 ลบ. (กำไร 35%) เข้ามาช่วยเสริม
ไตรมาส 4/68 คาดยอดขายที่ดิน 90-130 ไร่ ลดลง y-y และ q-q ในระดับต่ำสุดของปี 68 เกิดจาก big lots ถูกเลื่อนออกไป อยู่ระหว่างเจรจาเป็นการเฉพาะ ซึ่งจะเป็นการซื้อขายที่ดินผืนใหญ่สุดของ WHA เท่าที่เคยมีมา คาดว่าผืนนี้ราว 1 พันไร่ คาดว่าเป็นลูกค้า Data center กำหนดโอนในปี 70 ทำให้ภาพของ WHAUP จะยังได้ประโยชน์จาก Excessive charge และปริมาณขายน้าเพิ่มต่อเนื่อง ซึ่งเราประเมินว่า WHA อาจเร่งปิดยอดขายให้เข้ามาภายในปี 69
เบื้องต้นประเมินทั้งปี 68 ยอดขายที่ดิน 1,350-1,400 ไร่ ลดลงมากกว่า 40%y-y แต่ Big lots ยอดขายที่ถูกเลื่อนออกไปประโยชน์อาจตกมายังปี 69 หากสามารถปิดการขายได้ ขณะที่คาดโอนที่ดิน 2.1 พันไร่ +4.0%y-y ประเมินกำไรทั้งปี 68 ที่ 4,998 ลบ. +14.6%y-y ทำ All time high คาดปันผล 0.20 บาท (Interim 0.06 บาท) อัตราผลตอบแทนต่อปี 5.3%
แนวโน้มปี 69 บริษัทประเมินเบื้องต้นยอดโอนทรงตัว แต่เติบโตได้จากราคาขายเฉลี่ยที่ดินที่จะเข้ามาโอนสูงขึ้น ช่วยผลักดันในเชิงมูลค่า ปัจจุบันราคาขายปรับตัวขึ้นได้ต่อเนื่องโดยเฉพาะนิคม WHA ESIE 5 โดยในเฟสที่ 1 (3.4 พันไร่) น่าจะเริ่มทยอยโอนได้ในปีนี้ ส่วนธุรกิจ WHAUP จะได้รับ Excessive charge จากธุรกิจ Utility เข้ามามากขึ้น ยังประเมินกำไรปี 69 โตต่อเนื่อง
มองสถานการณ์ปี 69 ผ่อนคลายมากกว่าปี 68 ทั้งการเจรจาภาษีศุลกากรคืบหน้าไปแล้วในระดับหนึ่งและปัจจัยภายในประเทศคาดว่าจะมีเสถียรภาพเพิ่มมากขึ้น มองว่ากลุ่มนิคมสามารถซื้อขาย P/E ในระดับที่สูงได้กว่าปี 68 และเราปรับกำไรปี 69 เพิ่มขึ้น 5% มาที่ 5,172 ลบ. +3.5%y-y จากการย้ายนิคม WHA-IER จาก JV ไปเป็นส่วนของบริษัท และปรับเพิ่ม P/E มาที่ 14.0 เท่า (AVG 2Y +0.5S.D.) บวก ESG 2.8% ปรับราคาพื้นฐานปี 69 เพิ่มเป็น 4.98 บาท คงคำแนะนำ “ซื้อ”
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 ก.พ. 69)





