
แมริออท อินเตอร์เนชั่นแนล (Marriott International) คาดการณ์ว่ารายได้ค่าธรรมเนียมจากบัตรเครดิตร่วม (Co-branded card) จะขยายตัวถึง 35% โดยได้รับแรงหนุนจากกลุ่มนักเดินทางที่มีกำลังซื้อสูงซึ่งยังคงจับจ่ายกับการท่องเที่ยวที่หรูหรา
ข่าวดังกล่าวหนุนให้ราคาหุ้นแมริออทพุ่งขึ้นสูงสุด 9.8% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 363.54 ดอลลาร์ ในการซื้อขายเมื่อวานนี้ (10 ก.พ.) ก่อนปิดตลาดที่ +8.50% แตะ 359.35 ดอลลาร์
แม้ข้อมูลจากรัฐบาลสหรัฐฯ จะระบุว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคขยายตัวอย่างแข็งแกร่งในเดือนต.ค. และพ.ย. แต่นักเศรษฐศาสตร์วิเคราะห์ว่า การเติบโตดังกล่าวนั้นขับเคลื่อนโดยครัวเรือนที่มีรายได้สูงเป็นหลัก ในขณะที่ครัวเรือนรายได้น้อยถึงปานกลางจำเป็นต้องรัดเข็มขัดเนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
ในไตรมาสที่ 4/2568 รายได้ห้องพักกลุ่มโรงแรมหรู (Luxury segment) ของแมริออทในสหรัฐฯ ขยายตัว 4.9% สวนทางกับกลุ่มโรงแรมที่ให้บริการจำกัด (Select-service) ซึ่งเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าที่ระมัดระวังค่าใช้จ่าย โดยรายได้ในกลุ่มโรงแรมนี้ลดลง 1.8%
สำหรับภาพรวมทั่วโลก รายได้ห้องพักในกลุ่มโรงแรมหรู ซึ่งรวมถึงแบรนด์ระดับตำนานอย่าง ริทซ์-คาร์ลตัน (Ritz-Carlton) ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 6%
แอนโธนี คาปูอาโน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแมริออท กล่าวว่า “ในตลาดต่างประเทศ เราเห็นความต้องการท่องเที่ยวระดับหรูหราที่ยังคงมีอยู่อย่างมหาศาลแทบไม่สิ้นสุด”
บริษัทคาดการณ์รายได้ค่าธรรมเนียมรวมตลอดปี 2569 ว่าจะอยู่ที่ระดับ 5.90-5.96 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 5.44 พันล้านดอลลาร์ในปี 2568 โดยรายได้ส่วนนี้ประกอบด้วยค่าธรรมเนียมจากการบริหารจัดการ แฟรนไชส์ และรายได้จากผลิตภัณฑ์ร่วม เช่น บัตรเครดิต
สำหรับปี 2569 บริษัทคาดว่ารายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดสำคัญในอุตสาหกรรมโรงแรม จะเติบโต 1.5%-2.5% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 2.3% อย่างไรก็ตาม แมริออทประเมินว่าการแข่งขันฟุตบอลโลกที่สหรัฐฯ แคนาดา และเม็กซิโกเป็นเจ้าภาพร่วมในปีนี้ จะช่วยหนุนการเติบโตของ RevPAR ทั่วโลกได้ราว 30-35 เบซิสพอยท์
ด้านผลประกอบการไตรมาส 4/68 แมริออทมีกำไรต่อหุ้นที่ปรับปรุงแล้ว (Adjusted EPS) อยู่ที่ 2.58 ดอลลาร์ ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 2.61 ดอลลาร์ ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 6.69 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าคาดการณ์เล็กน้อยที่ 6.67 พันล้านดอลลาร์
สำหรับประมาณการกำไรต่อหุ้นที่ปรับปรุงแล้วตลอดทั้งปี 2569 คาดว่าจะอยู่ที่ 11.32-11.57 ดอลลาร์ ซึ่งสอดคล้องกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 ก.พ. 69)





