รองผู้ว่าฯ แบงก์ชาติออสซี่ชี้เงินเฟ้อยังสูงเกินรับได้ ย้ำพร้อมทำทุกทางเพื่อกดให้ลง

แอนดรูว์ เฮาเซอร์ รองผู้ว่าการธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) เปิดเผยในวันนี้ (11 ก.พ.) ว่าอัตราเงินเฟ้อในปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่สูงเกินไป และคณะผู้กำหนดนโยบายพร้อมจะทำทุกวิถีทางที่จำเป็นเพื่อดึงเงินเฟ้อให้กลับลงมา โดยชี้ว่าการเติบโตของสินเชื่อที่ยังคงร้อนแรงเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า อัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันอาจยังเข้มงวดไม่เพียงพอ

เฮาเซอร์กล่าวว่า แม้เศรษฐกิจในหลายภาคส่วนจะยังขยายตัวได้ดี แต่ภาพรวมการเติบโตกำลังเผชิญกับขีดจำกัดด้านกำลังการผลิต โดย “เงินเฟ้อระดับนี้ถือว่าสูงเกินไป และพวกเราต่างตระหนักดีถึงต้นทุนความเสียหายหากปล่อยให้เงินเฟ้อสูงเกินควบคุม … เราจะเดินหน้าทำทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อให้มั่นใจว่าเงินเฟ้อจะกลับเข้าสู่กรอบเป้าหมาย”

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา RBA มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 3.85% ซึ่งเป็นการกลับทิศนโยบายหลังจากที่ได้ปรับลดดอกเบี้ยลงถึง 3 ครั้งในปีที่แล้ว อีกทั้งยังส่งสัญญาณว่าอาจมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมหากเงินเฟ้อไม่ชะลอตัวลงตามคาด

ทั้งนี้ ตลาดการเงินประเมินว่ามีโอกาสราว 70% ที่ RBA จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู่ระดับ 4.10% ในการประชุมเดือนพ.ค. ภายหลังการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อไตรมาสที่ 1

ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดชี้ให้เห็นว่า อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในไตรมาสที่ 4 เร่งตัวขึ้นแตะระดับ 3.4% ซึ่งถือเป็นอัตราการขยายตัวที่เร็วที่สุดในรอบกว่า 1 ปีและสูงกว่าที่ RBA คาดการณ์ไว้ สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ธนาคารกลางต้องปรับเพิ่มคาดการณ์จุดสูงสุดของเงินเฟ้อพื้นฐานในปีนี้ขึ้นสู่ระดับ 3.7% ซึ่งสูงกว่ากรอบเป้าหมายระยะยาวที่ 2-3% อยู่มาก

นอกจากนี้ ตัวเลขเศรษฐกิจอื่น ๆ ยังตอกย้ำถึงภาวะเศรษฐกิจที่เผชิญข้อจำกัดด้านกำลังการผลิต โดยอัตราการว่างงานเดือนธ.ค. ลดลงผิดคาดสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 7 เดือนที่ 4.1% สะท้อนว่าตลาดแรงงานอาจเริ่มกลับมาตึงตัวอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน การใช้จ่ายของผู้บริโภคที่แข็งแกร่ง ราคาบ้านที่พุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ และการเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายของภาคครัวเรือนและธุรกิจ ล้วนบ่งชี้ว่าภาวะการเงินอาจยังไม่อยู่ในระดับที่เข้มงวดดังที่ RBA ประเมินไว้

ข้อมูลที่เปิดเผยในวันนี้ระบุว่า มูลค่าการปล่อยสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยในไตรมาสที่ 4 พุ่งขึ้นถึง 9.5% หลังจากที่พุ่งสูงเช่นกันในไตรมาสก่อนหน้า ขณะที่ยอดสินเชื่อเพื่อการลงทุนก็พุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 ก.พ. 69)