
ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ระบุว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยคาดว่าจะชะลอลงเหลือ 1.6% ในปี 69 สะท้อนผลจากภาวะการค้าโลกชะลอตัว ระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังสูง และภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัวช้าลง ขณะที่คาดว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวมาเติบโต 2.2% ในปี 70 จากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้น การลงทุนภาคเอกชนแข็งแกร่งขึ้น และโครงการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเงินลงทุนจริง
ภาคการผลิตยังคงมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย คิดเป็น 25% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) และ 16% ของการจ้างงาน หรือประมาณ 6.2 ล้านตำแหน่ง รายงานระบุว่าสินค้าส่งออกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของไทยมีสัดส่วนเกือบ 10% ของมูลค่าส่งออกทั้งหมด และโดยเฉลี่ยมีความซับซ้อนทางเทคโนโลยีสูงกว่าสินค้าที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
เวิลด์แบงก์ มองว่าประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายในการยกระดับการเติบโตทางเศรษฐกิจ ท่ามกลางการแข่งขันในเวทีโลกที่ทวีความเข้มข้นมากขึ้น การวิเคราะห์ล่าสุดในรายงานตามติดเศรษฐกิจไทย (Thailand Economic Monitor) ชี้ว่าอุตสาหกรรมการผลิตสีเขียวขั้นสูงเป็นแนวทางที่มีศักยภาพในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้กลับมามีพลวัตอีกครั้ง การขยายไปสู่อุตสาหกรรมมูลค่าสูงและปล่อยคาร์บอนต่ำ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า อุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพด้านพลังงาน จะช่วยเพิ่มผลิตภาพ สร้างงาน และทำให้ประเทศไทยสามารถปรับตัวต่อทิศทางอุปสงค์ของโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงได้
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 ก.พ. 69)





