
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาลว่า พรรคมีจุดยืนชัดเจนที่จะยังไม่ดำเนินการใด ๆ จนกว่าคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะยืนยันผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการครบ 100% เพื่อให้การดำเนินการในขั้นตอนต่อไปเป็นไปด้วยความมั่นใจ ซึ่งขณะนี้ยังนับคะแนนได้ 92-93% เพระตัวเลขยังไม่นิ่ง แม้แต่พรรคภูมิใจไทยเองที่คาดว่าจะมี สส. เขตถึง 180 ที่นั่ง แต่ปัจจุบันขยับลดลงมาเหลือประมาณ 173-174 ที่นั่ง พร้อมอุบตอบกระแสข่าวที่อาจควบตำแหน่งรมว.กลาโหม
ส่วนจำนวนสส.ที่จะทำให้รัฐบาลมีเสถียรภาพนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องค่อย ๆ ศึกษา ตนชอบศึกษาจากข้อมูลในอดีตว่า อะไรที่จะทำให้การทำงานราบรื่น หรือ อะไรที่จะทำให้เกิดอุปสรรคและความเสี่ยง ตนยังมีเวลาที่จะนั่งคิด จนกว่า กกต. จะประกาศ
สำหรับหน้าตารัฐบาลชุดใหม่ นายอนุทิน ยืนยันว่า จะต้องดีขึ้นกว่ารัฐบาลที่ผ่านมา โดยจะพิจารณาจากบุคลากรที่มีความสามารถและเป็นที่ชื่นชมของประชาชน
“ผมจะถอยให้กลับมาแย่กว่านี้ไม่ได้ ต้องทำให้ดียิ่งขึ้นไปอีก นี้คือความตั้งใจอยู่แล้ว คะแนนเสียงที่พี่น้องประชาชนให้มาขนาดนี้ ผมทำอะไรเล่นๆไม่ได้ ทำอะไรเอาแต่ใจตัวเองไม่ได้เป็นอันขาด ผมมีคะแนนเสียงเหล่านี้คอยกดหัวกดบ่าผมอยู่ ผมต้องทำให้ดีที่สุด เพื่อต้องตอบสนองต่อความมั่นใจและความเมตตาที่ประชาชนให้กับผมและพรรคภูมิใจไทย”นายอนุทิน กล่าว
สำหรับการประชุมพรรคภูมิใจไทยในวันพรุ่งนี้ (12 กพ.) นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มีวาระพิเศษ เป็นเพียงการเชิญผู้ที่ได้ทราบผลชนะอย่างไม่เป็นทางการมาหารือกัน รวมถึงศึกษาข้อบกพร่องและสิ่งที่ควรปรับปรุง
ส่วนการเรียกร้องให้มีการนับคะแนนการเลือกตั้งใหม่นั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ได้กำชับให้ฝ่ายปกครองและผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และตำรวจให้ช่วยกันดูแลสถานการณ์ และอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ที่มีข้อสงสัย ส่วนเรื่องการตัดสินใจว่า จะมีการนับคะแนนใหม่หรือไม่ ตนไม่ได้ศึกษาระเบียบและข้อบังคับต่างๆ ก็แล้วแต่ทาง กกต.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม เริ่มมีกลุ่มผู้ชุมนุมออกมาคัดค้านการนับคะแนนหลายพื้นที่จะเกิดการบานปลายหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทางตำรวจและฝ่ายปกครอง ได้รับปากไว้ว่า จะดูแลเรื่องความเรียบร้อยอย่างเต็มที่ ซึ่งตนได้บอกกับเจ้าหน้าที่ว่า ต้องทำความเข้าใจเท่านั้น และทุกอย่างต้องดำเนินการไปด้วยความละมุนละม่อม ให้เกียรติประชาชน เพราะถือเป็นสิทธิ์ของประชาชนที่จะออกมาเรียกร้องภายใต้กรอบของกฎหมาย
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 ก.พ. 69)





