สอบผู้ต้องสงสัยคดีลักพาตัวแม่ผู้ประกาศข่าว “Today” หลังตร.เผยคลิปนาทีคนร้ายบุกบ้าน

เจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา ได้จับกุมผู้ต้องสงสัยรายแรกในคดีลักพาตัวแนนซี กัทรี มารดาวัย 84 ปีของ สะวันนา กัทรี ผู้ประกาศข่าวเช้าของรายการ “Today” ทางสถานีโทรทัศน์ NBC โดยการจับกุมมีขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่เผยแพร่คลิปวิดีโอวงจรปิดที่บันทึกภาพชายติดอาวุธสวมหน้ากากขณะกำลังก่อเหตุ

สำนักงานนายอำเภอเคาน์ตีพีมา (Pima County) ระบุในแถลงการณ์เมื่อคืนวันอังคาร (10 ก.พ.) ว่า เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวบุคคลหนึ่งระหว่างการเรียกตรวจรถทางตอนใต้ของเมืองทูซอน และขณะนี้กำลังสอบปากคำบุคคลดังกล่าว เนื่องจากคาดว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีการหายตัวไปของแนนซี

ต่อมา สำนักงานนายอำเภอเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกับทีมพิสูจน์หลักฐานจากสำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นสถานที่แห่งหนึ่งในเมืองริโอริโก (Rio Rico) ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากเมืองทูซอนไปทางทิศใต้ราว 60 ไมล์ ใกล้กับชายแดนเม็กซิโก ตามหมายค้นของศาล

ขณะเดียวกัน หญิงรายหนึ่งที่อ้างตัวว่าเป็นแม่ยายของผู้ที่ถูกควบคุมตัว ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ CNN ว่า เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นบ้านของเธอในเมืองริโอริโก โดยอ้างเบาะแสว่าแนนซีถูกซ่อนตัวอยู่ที่นั่น แต่เธอยืนยันหนักแน่นว่าลูกเขยซึ่งมีอาชีพเป็นพนักงานส่งของไม่มีส่วนรู้เห็นกับการหายตัวไปครั้งนี้ และย้ำว่าไม่มีใครซ่อนตัวอยู่ในบ้าน รวมถึงเธอเองก็ไม่มีอะไรต้องปิดบัง

สำหรับไทม์ไลน์ก่อนเกิดเหตุ แนนซีถูกพบเห็นครั้งสุดท้ายเมื่อคืนวันที่ 31 ม.ค. หลังจากครอบครัวไปส่งที่บ้านพักหลังรับประทานอาหารค่ำร่วมกัน โดยญาติได้แจ้งความคนหายในวันรุ่งขึ้น เมื่อแนนซีไม่ได้เดินทางไปร่วมพิธีที่โบสถ์ตามปกติในวันอาทิตย์ (1 ก.พ.)

เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนการจับกุม FBI และสำนักงานนายอำเภอได้เผยแพร่คลิปวิดีโอจากกล้อง Google Nest บริเวณหน้าบ้านของแนนซี ซึ่งกู้คืนมาจากข้อมูลที่ถูกลบในคลังข้อมูลระบบหลังบ้าน

ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นชายสวมหน้ากากสกีไหมพรม ถุงมือ สะพายเป้ และพกอาวุธปืนไว้ในซองพก เดินเข้ามาที่หน้าประตูบ้านในช่วงเช้ามืดของวันที่ 1 ก.พ. ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นช่วงเวลาที่แนนซีถูกลักพาตัว โดยในคลิปวิดีโอ คนร้ายพยายามนำใบไม้มาปิดบังหน้ากล้องก่อนจะลงมือทำลายกล้องดังกล่าว ทั้งนี้ แหล่งข่าวระบุว่าคนร้ายก้มหน้าลงขณะเดินเข้าหาประตู ซึ่งบ่งชี้ว่ารู้ตำแหน่งของกล้องเป็นอย่างดี นอกจากนี้ รอยตัดบริเวณปากของหน้ากากสกีทำให้เห็นหนวดเคราของคนร้ายบางส่วน

คริส นานอส นายอำเภอเคาน์ตีพีมา เปิดเผยข้อมูลสำคัญว่า กล้องวงจรปิดถูกตัดสัญญาณเมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ของวันที่ 1 ก.พ. และอีกครึ่งชั่วโมงต่อมา สัญญาณเครื่องกระตุ้นหัวใจของแนนซีได้ขาดการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ ทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเธอถูกบังคับพาตัวออกจากบ้าน โดยผลตรวจ DNA ยืนยันว่าคราบเลือดที่พบบริเวณระเบียงหน้าบ้านเป็นของแนนซี ซึ่งเจ้าหน้าที่และครอบครัวให้ข้อมูลว่าเธอมีสุขภาพไม่แข็งแรง เคลื่อนไหวลำบาก และจำเป็นต้องรับประทานยาเพื่อประคองชีพทุกวัน

ก่อนหน้านี้ เมื่อคืนวันจันทร์ (9 ก.พ.) สำนักงานนายอำเภอและ FBI ระบุว่ายังไม่พบเบาะแสผู้ต้องสงสัย หรือ “บุคคลที่อยู่ในข่ายต้องสงสัย” ในคดีนี้ จนกระทั่งแคช พาเทล ผู้อำนวยการ FBI ได้โพสต์ภาพจากกล้องวงจรปิดที่ระบุว่าเป็น “ภาพที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ก่อนหน้านี้” ลงในโซเชียลมีเดียเมื่อช่วงเช้าวันอังคาร

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ FBI ได้ลงพื้นที่เดินสอบถามข้อมูลตามบ้านเรือนในละแวกบ้านของแอนนี บุตรสาวคนโตของแนนซี ซึ่งเป็นคนที่แนนซีใช้เวลาพักผ่อนด้วยในช่วงเย็นก่อนเกิดเหตุลักพาตัว

รายงานข่าวยังระบุถึงจดหมายที่เชื่อว่าเป็นจดหมายเรียกค่าไถ่จำนวนอย่างน้อย 2 ฉบับที่ถูกส่งไปยังสำนักข่าวต่าง ๆ นับตั้งแต่แนนซีหายตัวไป แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันการมีชีวิตอยู่ของเธอแต่อย่างใด

คดีการหายตัวไปของแนนซีได้รับความสนใจในระดับชาติ โดยแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ได้กล่าวในช่วงต้นของการแถลงข่าวเมื่อวันอังคารว่า เธอและประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่งได้รับชมภาพหลักฐานใหม่ พร้อมระบุว่า “ท่านประธานาธิบดีขอให้ชาวอเมริกันที่มีเบาะแสของผู้ต้องสงสัย โปรดแจ้งข้อมูลไปยัง FBI ซึ่งกำลังเร่งให้ความช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ระดับรัฐและท้องถิ่นในการสืบสวนคดีนี้”

ทางด้านสะวันนา กัทรี วัย 54 ปี พร้อมด้วยพี่น้อง ได้โพสต์คลิปวิดีโอหลายคลิปผ่านโซเชียลมีเดีย เพื่อวิงวอนขอความช่วยเหลือจากสาธารณชน และเรียกร้องให้ผู้ลักพาตัวปล่อยมารดา หรือติดต่อกลับมายังครอบครัวโดยตรง โดยยืนยันว่าทางครอบครัวยินดีจ่ายค่าไถ่เพื่อแลกกับความปลอดภัย

ล่าสุด สะวันนา กัทรี ได้แชร์ภาพคนร้ายลงในอินสตาแกรมเมื่อวันอังคาร พร้อมข้อความระบุว่า “เราเชื่อว่าแม่ยังมีชีวิตอยู่ ได้โปรดพาแม่กลับบ้าน”

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (11 ก.พ. 69)