จีนเร่งกระชับสัมพันธ์อียู มุ่งเสริมเสถียรภาพรับมือความท้าทายโลก

นายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ขณะเยือนไทยอย่างเป็นทางการ ณ ทำเนียบรัฐบาล, 29 ม.ค. 2567 (ภาพ: Thaigov.go.th)

หวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีนกล่าวเมื่อวันศุกร์ (13 ก.พ.) ระหว่างการประชุมไตรภาคีกับโยฮันน์ วาเดอฟูล รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนี และฌอง-โนเอล บาร์โรต์ รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศสว่า จีนและสหภาพยุโรป (EU) ควรเคารพผลประโยชน์หลักและข้อกังวลสำคัญของกันและกัน บริหารจัดการความแตกต่างและความขัดแย้งอย่างเหมาะสม เสริมสร้างความร่วมมือเชิงปฏิบัติ และร่วมมือกันรับมือกับความท้าทายระดับโลก

หวังซึ่งเป็นสมาชิกกรมการเมืองของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนกล่าวว่า การประชุมไตรภาคีครั้งแรกนี้ถือเป็นก้าวใหม่ที่สร้างสรรค์เพื่อตอบรับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงไป และเป็นโอกาสสำคัญในการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์

เขาระบุว่า โลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงอย่างมากและซับซ้อนที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สอง โดยลัทธิฝ่ายเดียว การกีดกันทางการค้า และการเมืองเชิงอำนาจกำลังเพิ่มขึ้น พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยึดมั่นในความเคารพซึ่งกันและกัน แสวงหาจุดร่วม สงวนจุดต่าง ส่งเสริมการเปิดกว้างและความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน เพื่อกำหนดทิศทางความสัมพันธ์จีน–ยุโรป และสร้างเสถียรภาพและความแน่นอนให้กับโลกที่ผันผวน

หวังกล่าวว่า ประสบการณ์ความร่วมมือกว่า 50 ปีแสดงให้เห็นว่า จีนและยุโรปเป็นหุ้นส่วน ไม่ใช่คู่แข่ง การพึ่งพาซึ่งกันและกันไม่ใช่ความเสี่ยง ความสอดคล้องทางผลประโยชน์ไม่ใช่ภัยคุกคาม และการเปิดกว้างกับความร่วมมือไม่ได้บั่นทอนความมั่นคง

เขายังระบุว่า การพัฒนาของจีนเป็นโอกาสสำหรับยุโรป และความท้าทายของยุโรปไม่ได้มาจากจีน พร้อมแสดงความหวังว่า เยอรมนีและฝรั่งเศสจะคำนึงถึงผลประโยชน์ของตนเองและของ EU โดยรวม เพื่อช่วยให้ยุโรปมีความเข้าใจจีนอย่างรอบด้านและเป็นกลาง ดำเนินนโยบายต่อจีนอย่างมีเหตุผลและปฏิบัติได้จริง และยึดมั่นในความสัมพันธ์แบบหุ้นส่วน

ด้านวาเดอฟูลกล่าวว่า ในโลกที่ปั่นป่วนเช่นปัจจุบัน เยอรมนีและฝรั่งเศสจำเป็นต้องมีการเจรจาและสื่อสารกับจีนมากกว่าที่เคย เพื่อสร้างความไว้วางใจ ขจัดความเข้าใจผิด และทำหน้าที่ของประเทศมหาอำนาจอย่างเหมาะสม

วาเดอฟูลระบุว่า เยอรมนีให้ความสำคัญกับบทบาทเชิงบวกของจีนในเวทีโลก และพร้อมเสริมสร้างการสื่อสารและประสานงานกับจีน พร้อมย้ำว่า เยอรมนีและฝรั่งเศสยืนยันนโยบายจีนเดียวอย่างมั่นคง และมุ่งมั่นพัฒนาความสัมพันธ์ระยะยาวที่มั่นคงกับจีน

วาเดอฟูลยังกล่าวว่า เยอรมนีสนับสนุนการค้าเสรี คัดค้านการแยกตัวทางเศรษฐกิจ (decoupling) และการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุตสาหกรรมและซัพพลายเชน พร้อมทำงานร่วมกับจีนเพื่อแก้ไขความขัดแย้งทางการค้าผ่านการหารือ และส่งเสริมการพัฒนาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่าง EU–จีนอย่างสมดุล

ส่วนบาร์โรต์กล่าวว่า โลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น ลัทธิพหุภาคีและระเบียบระหว่างประเทศถูกท้าทาย รวมถึงความขัดแย้งยืดเยื้อในหลายภูมิภาค พร้อมระบุว่า ฝรั่งเศส จีน และเยอรมนี ควรร่วมมือกันส่งเสริมสันติภาพโลกและยกระดับธรรมาภิบาลโลก

เขากล่าวว่า ยิ่งสถานการณ์ระหว่างประเทศไม่มั่นคงมากเท่าใด การสร้างความเป็นหุ้นส่วนก็ยิ่งจำเป็นมากขึ้น พร้อมยืนยันว่า ฝรั่งเศสมุ่งมั่นฟื้นฟูความสัมพันธ์ EU–จีนให้มั่นคงและเป็นไปในเชิงบวก

บาร์โรต์ยังกล่าวว่า ฝรั่งเศสยินดีต่อข้อริเริ่มธรรมาภิบาลโลก (Global Governance Initiative) ที่เสนอโดยประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และหวังว่าจะมีการสื่อสารและหารือกับจีนมากขึ้น เพื่อประสานงานในเวทีพหุภาคี และสนับสนุนลัทธิพหุภาคีและการค้าเสรี

นอกจากนี้ ทั้งสามฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับประเด็นสำคัญในความสัมพันธ์จีน–ยุโรป และประเด็นที่มีความสนใจร่วมกัน รวมถึงวิกฤตยูเครน โดยต่างเห็นพ้องถึงความสำคัญของการประชุมครั้งนี้ และตกลงที่จะรักษาการสื่อสารเชิงยุทธศาสตร์ต่อไป

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 ก.พ. 69)