
รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยว่า ชินจิโร โคอิซูมิ รัฐมนตรีกลาโหมของญี่ปุ่นยืนยันร่วมกับรัฐมนตรีกลาโหมของสหราชอาณาจักรและอิตาลีเมื่อวันศุกร์ (13 ก.พ.) ที่นครมิวนิก ประเทศเยอรมนีว่า จะเร่งรัดการพัฒนาเครื่องบินขับไล่ยุคใหม่ร่วมกัน
ในการหารือแยกกันกับ กุยโด โครเซตโต รัฐมนตรีกลาโหมอิตาลี และจอห์น ฮีลีย์ รัฐมนตรีกลาโหมสหราชอาณาจักรนั้น โคอิซูมิยังเห็นพ้องร่วมกันว่า ความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกและยูโร-แอตแลนติกเป็นสิ่งที่แยกจากกันไม่ได้ และตกลงที่จะร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดเพื่อสกัดกั้นความพยายามฝ่ายเดียวใด ๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงสถานะเดิมด้วยกำลัง
การหารือดังกล่าวมีขึ้นในขณะที่ทั้งสามประเทศกำลังเดินหน้าโครงการไตรภาคีเพื่อพัฒนาเครื่องบินขับไล่ให้แล้วเสร็จภายในปีพ.ศ. 2578
โครงการ Global Combat Air Program ได้ประกาศเปิดตัวในปีพ.ศ. 2565 ท่ามกลางความพยายามของญี่ปุ่นและประเทศยุโรปในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคง เพื่อตอบสนองต่อกิจกรรมทางทหารที่เพิ่มขึ้นของจีนในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก และการรุกรานยูเครนของรัสเซีย
ทั้งนี้ รัฐมนตรีกลาโหมญี่ปุ่นเดินทางเยือนเยอรมนีเพื่อเข้าร่วมการประชุมด้านความมั่นคงมิวนิก (Munich Security Conference)
นอกจากนี้ โคอิซูมิยังได้หารือกับ จูดิธ คอลลินส์ รัฐมนตรีกลาโหมของนิวซีแลนด์ และยืนยันการยกระดับความร่วมมือเพื่ออำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนยุทโธปกรณ์ด้านกลาโหมด้วย
การเจรจาครั้งนี้มีขึ้น หลังจาก โทชิมิตสึ โมเตกิ รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น และคอลลินส์ ได้ตกลงกันเมื่อเดือนธ.ค.ที่ผ่านมาในการเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงภายใต้กรอบความริเริ่มใหม่ พร้อมลงนามในข้อตกลงว่าด้วยการจัดหาและสนับสนุนซึ่งกันและกัน (Acquisition and Cross-Servicing Agreement)
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 ก.พ. 69)





