
ผู้เชี่ยวชาญที่เข้าร่วมการประชุม AI Impact Summit ซึ่งเปิดฉากที่กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดียเมื่อวันจันทร์ (16 ก.พ.) เตือนว่า การขยายตัวอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจทำให้การเติบโตของการจ้างงานในอินเดียชะลอลง หากอินเดียไม่เร่งยกระดับทักษะแรงงานให้ทันกับเทคโนโลยีใหม่
ความกังวลดังกล่าวรุนแรงขึ้น หลังจากแอนโทรปิก (Anthropic) บริษัท AI สัญชาติสหรัฐฯ เปิดตัวเครื่องมือสำหรับองค์กรเมื่อปลายเดือนที่แล้ว ซึ่งสามารถทำงานอัตโนมัติได้ตั้งแต่การเขียนโค้ดไปจนถึงงานด้านการตลาด สถานการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นกลุ่มไอทีของอินเดีย โดยในช่วงครึ่งแรกของเดือนก.พ. หุ้น TCS ร่วงเกือบ 15% หุ้น Infosys ลดลงราว 17% และหุ้น HCL Technologies ดิ่งลง 13%
ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า หากการจ้างงานหดตัวจะกระทบต่อการบริโภคภายในประเทศซึ่งคิดเป็นเกือบ 60% ของ GDP อินเดีย และอาจฉุดรั้งเศรษฐกิจ รวมถึงกระทบเป้าหมายของรัฐบาลที่ต้องการพัฒนาอินเดียเป็นประเทศพัฒนาแล้วภายในปี 2590
วินีต นายาร์ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิแซมพาร์ค (Sampark Foundation) และอดีตซีอีโอของบริษัทเอชซีแอล (HCL) ระบุว่า อินเดียมีความเสี่ยงในฐานะศูนย์กลางงานสนับสนุนธุรกิจของโลก หากไม่ปรับบทบาทใหม่อาจเผชิญปัญหาทักษะล้าสมัยจำนวนมาก และอาจมีเยาวชนจำนวนมากที่ไม่สามารถหางานทำได้
ภาคธุรกิจเริ่มใช้ AI อย่างจริงจัง โดยบาจาจ ไฟแนนเชียล (Bajaj Finance) เปิดเผยว่า บริษัทนำ AI วิเคราะห์บทสนทนากับลูกค้ามากกว่า 500,000 ราย และสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปเสนอข้อเสนอทางการเงิน 100,000 รายการ รวมถึงปล่อยสินเชื่อมูลค่าราว 1.6 หมื่นล้านรูปีในช่วงเดือน ต.ค.–ธ.ค. ผ่านศูนย์บริการที่ใช้ AI อีกทั้งยังใช้ AI ผลิตวิดีโอและแบนเนอร์การตลาดทั้งหมด
ประเด็นสำคัญจึงอยู่ที่การเตรียมแรงงานให้พร้อม ผู้เชี่ยวชาญยอมรับว่าระบบการศึกษายังพัฒนาทักษะใหม่ได้ไม่ดีพอ นายาร์เห็นว่าควรปลูกฝังทักษะการแก้ปัญหาเพื่อให้เยาวชนรับมือกับ AI ได้
ในปีนี้ อินเดียเปิดตัวโครงการพัฒนาทักษะ AI ระดับประเทศ ตั้งเป้าฝึกเยาวชน 1 ล้านคนภายในหนึ่งปี ต่อเนื่องจากนโยบายปีก่อนที่กำหนดให้สอน AI แก่เด็กอายุตั้งแต่ 8 ปี เริ่มปีการศึกษากลางปี 2569 โดยขยายช่วงอายุจากเดิมที่ 11–17 ปี
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 ก.พ. 69)





