
นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย (ภท.) เดินทางมายังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการสืบสวนและสอบสวน กกต. เนื่องจากในช่วงเลือกตั้ง ได้มีการยื่นเรื่องร้องเรียนเอาผิดบุคคล, พรรคการเมือง และสื่อมวลชน ที่มีการกระทำผิดกฎหมายการเลือกตั้ง โดยได้ยื่นเรื่องไว้ 15 เรื่อง เกี่ยวกับการกระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 73 เกี่ยวกับการหาเสียงใส่ร้ายด้วยข้อความอันเป็นเท็จ
อย่างไรก็ดี นายศุภชัย ยังไม่ขอเปิดเผยว่าได้ยื่นร้องเรียนเอาผิดพรรคการเมืองใด และบุคคลใดไว้
ส่วนการจัดการเลือกตั้งของ กกต. ที่ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์นั้น นายศุภชัย กล่าวว่า ในส่วนตัวแล้ว เข้าใจ กกต. เพราะคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) เป็นอาสาสมัครที่เข้ามาช่วยงาน และ กปน.ต้องทำตามกฎระเบียบของ กกต. ซึ่งส่วนตัวแล้วมองว่าภาพรวมการเลือกตั้งไม่ได้มีปัญหาอะไร เพราะขั้นตอนการนับคะแนนก็มีกระบวนการให้สามารถยื่นเรื่องคัดค้านและทักท้วงได้ หากพบเห็นการทุจริต ตั้งแต่ในช่วงการนับคะแนน
สำหรับกรณีการพิมพ์บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งนั้น นายศุภชัย กล่าวว่า กกต. จะต้องชี้แจงให้ชัดเจน และปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายจะดีกว่า อีกทั้งมองว่าบาร์โค้ดที่ปรากฏบนบัตรเลือกตั้ง ก็มีมาตั้งแต่การเลือกตั้งสมัยที่แล้ว กระบวนการที่จะสืบย้อนกลับไปยังบัตรว่ามีการทุจริตหรือไม่ ทาง กกต. ก็มีกระบวนการเพื่อตรวจสอบว่าใครเบิกไปอย่างไร ซึ่งมีมาตั้งแต่ดั้งเดิม คล้ายกับล็อตเตอรี่ ที่มีไว้เพื่อดูว่าเป็นของจริงหรือของปลอม ดังนั้นตนคิดว่าเป็นเรื่องปกติ ที่ต้องมีไว้เพื่อป้องกันในส่วนนี้มากกว่า
“ส่วนเรื่องชั้นความลับนั้น เห็นว่าไม่มีทางตรวจสอบได้ ควรสนใจแค่ในตอนกา ว่าเป็นความลับหรือไม่ เพราะขนาดบัตรของผม เลือกแล้วไปอยู่ตรงไหน ยังไม่รู้เลย และไม่ได้มีความกังวลในส่วนนี้” นายศุภชัย ระบุ
ส่วนที่มีการยื่นเรื่องร้องเรียนต่อหน่วยงานต่าง ๆ ให้มีการตรวจสอบนั้น ก็ต้องเป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย อีกทั้งไม่รู้สึกกังวลว่า การจะตั้งครั้งนี้จะถึงขั้นโมฆะ เพราะทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย หากบ้านเมืองไม่มีกฎหมายก็จะเกิดความวุ่นวาย
“ทราบมาว่า ได้มีการส่งเรื่องไปยังผู้ตรวจการแผ่นดินแล้ว หากตรวจสอบแล้วมีความเห็นว่าอย่างไร ก็ดำเนินการไปตามนั้น ส่วนจะเป็นเกมทางการเมืองหรือไม่ ผมไม่คิดเช่นนั้น น่าจะเป็นอารมณ์ส่วนบุคคลมากกว่า” นายศุภชัย กล่าว
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 ก.พ. 69)





