
ผลสำรวจซึ่งจัดทำโดย นาโนส รีเสิร์ช กรุ๊ป (Nanos Research Group) ระบุ ชาวแคนาดาเริ่มเปิดใจรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ของจีนมากขึ้น หลังจากนายกรัฐมนตรี มาร์ค คาร์นีย์ ได้ปรับลดภาษีนำเข้ารถ EV จากจีน โดย 53% ของชาวแคนาดาที่เข้าร่วมการสำรวจครั้งใหม่นี้กล่าวว่า การรับรู้ว่ารถ EV ผลิตในจีนจะไม่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของพวกเขา
ผลสำรวจยังระบุว่า 15% ของชาวแคนาดาที่เข้าร่วมการสำรวจระบุว่า การผลิตโดยจีนจะทำให้พวกเขามีแนวโน้มมากขึ้นที่จะซื้อรถ EV ในขณะที่ 28% กล่าวว่าจะทำให้พวกเขามีแนวโน้มน้อยลงที่จะซื้อ
ผลสำรวจล่าสุดนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากการสำรวจในปี 2567 โดยในเวลานั้น ชาวแคนาดา 61% ระบุว่าพวกเขาจะมีแนวโน้มน้อยลงที่จะซื้อรถ EV จากจีน และมีเพียง 25% ที่กล่าวว่าไม่มีผลต่อการตัดสินใจ นอกจากนี้ การสำรวจในปีดังกล่าวยังพบว่า มีชาวแคนาดาเพียง 9% เท่านั้นที่ระบุว่าพวกเขามีแนวโน้มที่จะซื้อรถ EV มากขึ้นหากผลิตในประเทศจีน
ทัศนคติของชาวแคนาดาที่อ่อนลงต่อผู้ผลิตสัญชาติจีน เกิดขึ้นหลังจากช่วงเวลาหนึ่งปีที่แคนาดาเผชิญกับการถูกเรียกเก็บภาษีศุลกากรจากสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ว่าจะปรับเพิ่มภาษีบ่อยครั้ง โดยแคนาดาถือเป็นตลาดส่งออกรถยนต์ที่ผลิตในสหรัฐฯ ที่ใหญ่ที่สุด
ในปี 2567 รัฐบาลแคนาดาภายใต้การนำของอดีตนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ได้ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถ EV จากจีนเพิ่มอีก 100% โดยมีเป้าหมายเพื่อสกัดไม่ให้รถ EV ของจีนเข้าสู่ตลาดค้าปลีกของแคนาดา สอดคล้องกับการดำเนินการของสหรัฐฯ และไม่นานหลังจากนั้น จีนได้ตอบโต้ด้วยการเรียกเก็บภาษีสินค้าเกษตรนำเข้าจากแคนาดา ซึ่งรวมถึงเมล็ดคาโนลา
อย่างไรก็ดี ในระหว่างการเดินทางเยือนจีนเมื่อเดือนที่แล้ว นายกฯ คาร์นีย์ได้เปลี่ยนแปลงนโยบายดังกล่าว โดยประกาศว่าจะอนุญาตให้รถ EV จากจีนสามารถนำเข้าสู่แคนาดาในปริมาณสูงสุด 49,000 คันต่อปี ด้วยอัตราภาษีที่ลดลงเหลือประมาณ 6% ขณะที่จีนแลกเปลี่ยนเงื่อนไขนี้ด้วยการประกาศว่าจะยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้ากลุ่มอาหารจากแคนาดา
ล่าสุด รัฐบาลแคนาดายังได้เปิดเผยแผนการที่จะนำมาตรการจูงใจในการซื้อรถ EV กลับมาใช้ใหม่ โดยจะให้เงินอุดหนุนแก่ผู้บริโภคสูงถึง 5,000 ดอลลาร์แคนาดาต่อคัน และให้คำมั่นว่าจะกำหนดมาตรฐานการปล่อยมลพิษใหม่สำหรับอุตสาหกรรมรถ EV
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 ก.พ. 69)





