คลังญี่ปุ่นอาจต้องออกบอนด์เพิ่ม 28% ใน 3 ปี รับมือดอกเบี้ยขาขึ้น

กระทรวงการคลังญี่ปุ่นประเมินว่า รัฐบาลอาจต้องออกพันธบัตรเพิ่มขึ้นถึง 28% ภายในสามปีข้างหน้า เนื่องจากต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น ซึ่งทำให้เกิดข้อสงสัยต่อแนวคิดของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ ที่คาดว่า สามารถลดภาษีได้โดยไม่เพิ่มหนี้สาธารณะ

ตามตัวเลขคาดการณ์ ญี่ปุ่นจะต้องออกพันธบัตรมูลค่าสูงสุด 38 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 2.4832 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปีงบประมาณที่เริ่มเดือนเม.ย. 2572 เพื่อชดเชยส่วนต่างระหว่างรายจ่ายที่สูงกว่ารายได้จากภาษี เพิ่มขึ้นจากระดับ 29.6 ล้านล้านเยนในปีงบประมาณ 2569

แม้รายได้จากภาษีมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง แต่ยังไม่เพียงพอต่อการรองรับรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะจากสังคมผู้สูงอายุที่ขยายตัวรวดเร็ว ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยระยะยาวที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งทำให้ภาระสวัสดิการสังคมและต้นทุนดอกเบี้ยหนี้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ทั้งนี้ ต้นทุนการจ่ายดอกเบี้ยและชำระหนี้คาดว่าจะเพิ่มเป็น 40.3 ล้านล้านเยนในปีงบประมาณ 2572 จาก 31.3 ล้านล้านเยนในปีงบประมาณ 2569 คิดเป็นสัดส่วนราว 30% ของงบประมาณรายจ่ายทั้งหมด ซึ่งสะท้อนแรงกดดันต่อฐานะการคลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้น

ประมาณการดังกล่าวตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า เศรษฐกิจเติบโต 1.5% เงินเฟ้อเฉลี่ย 1% และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่นอายุ 10 ปีอยู่ที่ 3.0%

ขณะที่ในอีกกรณีหนึ่งที่เศรษฐกิจเติบโต 3% และเงินเฟ้ออยู่ที่ 2% ต้นทุนการชำระหนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 41.3 ล้านล้านเยนในปีงบประมาณ 2572

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 ก.พ. 69)