
อินโฟซิส (Infosys) ผู้ส่งออกบริการด้านซอฟต์แวร์รายใหญ่อันดับสองของอินเดีย แถลงวันนี้ (17 ก.พ.) ว่า บริการด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีสัดส่วน 5.5% ของรายได้รวมในไตรมาสสิ้นสุดเดือนธ.ค. ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่บริษัทเปิดเผยตัวเลขรายได้จากธุรกิจ AI แยกออกมาต่างหาก
การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวมีขึ้นในช่วงที่อุตสาหกรรมไอทีอินเดีย ซึ่งมีมูลค่า 2.83 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ กำลังเผชิญกับความกังวลที่เพิ่มขึ้นจากเหล่านักลงทุนว่า AI อาจเข้ามาสั่นคลอนรูปแบบการรับจ้างเหมาบริการ (Outsourcing) แบบดั้งเดิมที่ต้องใช้แรงงานจำนวนมาก
ซาลิล ปาเรข ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่า “ธุรกิจนี้กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด มีพลวัตสูง และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี” พร้อมระบุเพิ่มเติมว่า บริการด้าน AI ของบริษัทครอบคลุมถึงระบบเอเจนต์อัตโนมัติ (Autonomous Agents) และระบบสมองกลฝังตัว (Embedded Systems) สำหรับอุปกรณ์และฮาร์ดแวร์ต่าง ๆ
ก่อนหน้านี้ ปาเรขเคยระบุว่าปัจจุบันบริษัทกำลังดำเนินโครงการด้าน AI กว่า 4,600 โครงการ และได้พัฒนาเอเจนต์อัตโนมัติไปแล้วมากกว่า 500 รายการ
ภาคบริการซอฟต์แวร์ของอินเดียถูกจับตามองในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยหุ้นกลุ่มไอทีปรับตัวลดลงรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 10 เดือน เนื่องจากความกังวลว่าเครื่องมือ AI ของบริษัทแอนโทรปิก (Anthropic) อาจเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจเร็วขึ้น การเทขายหุ้นในครั้งนี้ส่งผลให้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของอุตสาหกรรมลดลงประมาณ 4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงเดือนก.พ.
อินโฟซิสรายงานรายได้ไตรมาส 3 อยู่ที่ 4.54 แสนล้านรูปี (ประมาณ 5.01 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ขณะที่บริษัท ทาทา คอนซัลแทนซี เซอร์วิสเซส (TCS) ซึ่งเป็นคู่แข่งรายใหญ่ ระบุว่าบริการด้าน AI สร้างรายได้ประมาณ 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี หรือคิดเป็นประมาณ 5.8% ของรายได้รวม
นอกจากนี้ อินโฟซีสยังได้ประกาศความร่วมมือกับบริษัทแอนโทรปิกในวันนี้ เพื่อจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะทางสำหรับการสร้างและนำเอไอเอเจนต์ไปใช้งาน โดยจะเริ่มจากภาคโทรคมนาคมก่อนจะขยายไปยังภาคบริการทางการเงิน ภาคการผลิต และการพัฒนาซอฟต์แวร์
ขณะเดียวกัน อินเดียกำลังเป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมสุดยอด AI Impact Summit ณ กรุงนิวเดลี ระหว่างวันที่ 16-20 ก.พ. เพื่อแสดงศักยภาพและความมุ่งมั่นทางเทคโนโลยีของประเทศ
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (17 ก.พ. 69)





