
ซานาเอะ ทาคาอิจิ เตรียมได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นอีกสมัยในการลงมติของรัฐสภาญี่ปุ่น (ไดเอท) ในวันนี้ (18 ก.พ.) ขณะที่สภาไดเอทเปิดประชุมสมัยวิสามัญภายหลังพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) คว้าชัยเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 8 ก.พ. ด้วยคะแนนเสียงถล่มทลาย
สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ก่อนเปิดประชุมสมัยวิสามัญ 150 วัน คณะรัฐมนตรีของทาคาอิจิได้ยื่นลาออกทั้งคณะตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ เพื่อเปิดทางจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ภายในวันเดียวกัน โดยรัฐมนตรีทั้งหมด รวมทั้ง โทชิมิตสึ โมเตกิ รัฐมนตรีต่างประเทศ, ซัตสึกิ คาทายามะ รัฐมนตรีคลัง และชินจิโร โคอิซูมิ รัฐมนตรีกลาโหม คาดว่าจะดำรงตำแหน่งเดิมต่อไป พร้อมด้วยผู้บริหารพรรค LDP
ทาคาอิจิมีกำหนดแถลงข่าวในค่ำวันนี้ เพื่อชี้แจงนโยบายการคลัง “เชิงรุกแต่มีวินัย” และแผนระงับภาษีบริโภคสำหรับสินค้าอาหารเป็นเวลา 2 ปี ซึ่งพรรค LDP ให้คำมั่นระหว่างหาเสียงเลือกตั้ง
ขณะเดียวกัน สภาผู้แทนฯ คาดว่าจะเลือก เอสุเกะ โมริ ส.ส.อาวุโสจากพรรค LDP และอดีตรัฐมนตรียุติธรรม เป็นประธานสภา และเคอิจิ อิชิอิ สมาชิกฝ่ายค้านจากพรรคพันธมิตรปฏิรูปสายกลาง (CRA) และอดีตหัวหน้าพรรคโคเมโตะ (Komeito) เป็นรองประธานสภา
ในการเลือกตั้งทั่วไป พรรค LDP กวาดไปได้ถึง 316 ที่นั่ง พุ่งขึ้นจากเดิม 198 ที่นั่งจากทั้งหมด 465 ที่นั่งในสภาผู้แทนฯ ทำให้พรรคครองเสียงข้างมากพิเศษ (Supermajority) เกินสองในสามของสภาผู้แทนฯ ญี่ปุ่นได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2498 ขณะที่พรรคพันธมิตรอย่างพรรคนวัตกรรมญี่ปุ่น (JIP) ได้ที่นั่งเพิ่มจาก 34 เป็น 36 ที่นั่ง
เสียงข้างมากดังกล่าวเปิดทางให้สภาผู้แทนฯ สามารถลบล้างมติของวุฒิสภาได้ หากมีเสียงสนับสนุนสองในสาม แม้ฝ่ายรัฐบาลของทาคาอิจิยังเป็นเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา หลังพรรค LDP แพ้เลือกตั้งในเดือนก.ค. 2568 ภายใต้การนำของอดีตนายกรัฐมนตรีชิเงรุ อิชิบะ
รายงานระบุว่า ทาคาอิจิประกาศยุบสภาเพื่อจัดการเลือกตั้งฉับพลันตั้งแต่ช่วงต้นการประชุมสามัญของสภาไดเอทเมื่อวันที่ 23 ม.ค. เพื่อใช้จังหวะคะแนนนิยมคณะรัฐมนตรีที่อยู่ในระดับสูง และเสริมสถานะของขั้ว LDP-JIP ในสภาผู้แทนฯ
นอกจากนี้ เนื่องจากการประชุมสภาไดเอทสมัยสามัญสิ้นสุดลงภายในเวลาเพียง 1 วัน สภาจึงเปิดประชุมสมัยวิสามัญ 150 วันตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 17 ก.ค. โดยคาดว่าการพิจารณาในช่วงแรกจะมุ่งเน้นไปที่ร่างงบประมาณเบื้องต้นประจำปีงบประมาณ 2569 ซึ่งจะเริ่มในเดือนเม.ย.
ชัยชนะในสภาผู้แทนฯ ช่วยหนุนทาคาอิจิผลักดันนโยบายสำคัญ รวมถึงมาตรการการคลังแบบขยายตัว ตลอดจนวาระแก้ไขรัฐธรรมนูญสันติภาพ ซึ่งพรรค LDP ผลักดันมายาวนาน อย่างไรก็ดี การแก้รัฐธรรมนูญต้องได้รับเสียงสองในสามจากทั้งสองสภาก่อนนำไปทำประชามติระดับชาติ
ด้านผู้นำร่วมของพรรค CRA ประกาศลาออก หลังพรรคครองเสียง 49 ที่นั่ง ลดลงจาก 167 ที่นั่งก่อนเลือกตั้ง โดยจุนยะ โอกาวะ ได้รับเลือกเป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพื่อปรับโครงสร้างและเปลี่ยนผ่านสู่คนรุ่นใหม่
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 ก.พ. 69)





