MTC ปักหมุดพอร์ตสินเชื่อปี 69 โต 10-15% พร้อมเสริมสร้างคุณภาพสินเชื่อ-ความแข็งแกร่งงบดุล

นายปริทัศน์ เพชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บมจ.เมืองไทย แคปปิตอล [MTC] เปิดเผยว่า แผนการดำเนินงานในปี 69 บริษัทฯตั้งเป้าหมายพอร์ตสินเชื่อเติบโต 10-15% จากแนวทางทำตลาดเพื่อส่งเสริมยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ในกลุ่มต่างๆ ให้มากขึ้น ขณะเดียวกันทาง MTC ยังคงมุ่งให้ความสำคัญกับการเข้าถึงสินเชื่อให้กับลูกค้าให้กว้างขึ้น แต่รูปแบบในปีนี้จะไม่ได้มีการเปิดสาขาในอัตราที่สูงดังเช่นที่ผ่านมา (เดิมขยายสาขาปีละประมาณ 600 สาขา) เพราะปัจจุบันสาขาของธุรกิจกระจายอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพค่อนข้างครอบคลุมแล้ว จากเดิมที่มีจำนวน 8,171 สาขา ณ สิ้นปี 67

ปัจจุบัน MTC ได้เปิดสาขาเพิ่มขึ้น 502 สาขา จากสิ้นปีก่อน รวมทั้งสิ้นเป็น 8,673 สาขา ณ สิ้นเดือน ธ.ค.68 ส่วนในปี 69 มีแผนเปิดสาขาใหม่ 400 สาขา เพื่อรองรับดีมานด์ลูกค้าที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งบริษัทฯยังคงมุ่งมั่นสู่การเป็นผู้ให้บริการไมโครไฟแนนซ์ในมาตรฐานระดับโลก โดยเน้นจุดแข็งด้านความยั่งยืนทางธุรกิจ สร้างความเท่าเทียมทางการเงินให้ครอบคลุมทั่วประเทศ

นายปริทัศน์ กล่าวว่า บริษัทมุ่งมั่นสร้างโอกาสการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เป็นธรรมในสังคมให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ลดความเหลื่อมล้ำทางการเงินตามเป้าหมายสหประชาชาติ ผ่านเครือข่ายกว่า 8,673 สาขาทั่วประเทศ ณ สิ้นไตรมาส 4/68 ควบคู่กับนโยบายอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรม เพื่อขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มที่ยังคงพึ่งพาสินเชื่อนอกระบบ โดยมุ่งหวังให้ประชาชนได้รับบริการทางการเงินที่โปร่งใส เข้าถึงง่าย และเป็นธรรม เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม สนับสนุนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

โดยผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/68 พอร์ตสินเชื่อรวมอยู่ที่ 183,222 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.56% รายได้รวม 8,057 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.83 % กำไรสุทธิ 1,781 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.47% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และสามารถควบคุมคุณภาพหนี้เสีย (NPL) ไว้ที่ 2.53%

ขณะที่ผลการดำเนินงานในปี 68 พอร์ตสินเชื่อรวมอยู่ที่ 183,222 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.56% มีรายได้รวม 30,739 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.17% และกำไรสุทธิ 6,723 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.59 % เทียบปีก่อน สะท้อนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการรักษาความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ระดับ 3.48 ในทิศทางที่ดีขึ้น และมีอัตราส่วนเงินสำรองต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Coverage ratio) อยู่ที่ 142.99% สะท้อนการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพและการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว

“ปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันรายได้และกำไรในไตรมาส 4/68 และภาพรวมทั้งปีเติบโตตามแผนงานที่วางไว้มาจากการเติบโตของสินเชื่อที่มีหลักประกันควบคู่กับการขยายสาขาต่อเนื่อง ส่งผลให้ยอดปล่อยสินเชื่อขยายตัวได้มากขึ้น”

ในปีนี้จึงจะมีการนำเอาเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาช่วยทำตลาดในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเพิ่มเติม ช่วยผลักดันศักยภาพการบริการให้ดียิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการพิจารณาลูกค้าที่มีศักยภาพ เพื่อควบคุม NPL ให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด สนับสนุนภาพรวมธุรกิจให้เป็นไปตามแผนงานที่วางไว้

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 ก.พ. 69)