
คริสโตเฟอร์ ยอว์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ แถลงในงานสัมมนา ณ สถาบันฮัดสัน ในกรุงวอชิงตัน เมื่อวันอังคาร (17 ก.พ.) ว่า สถานีตรวจวัดแผ่นดินไหวในคาซัคสถานตรวจพบ “การระเบิด” ขนาด 2.75 แมกนิจูดในบริเวณสนามทดสอบลอปนูร์ (Lop Nor) ทางภาคตะวันตกของจีน เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. 2563 ห่างจากจุดตรวจวัด 720 กม.
“ผมได้ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมแล้ว มีความเป็นไปได้น้อยมากที่เหตุการณ์นี้จะเป็นอะไรอื่นนอกจากการระเบิด” ยอว์ ซึ่งเป็นอดีตนักวิเคราะห์ข่าวกรองและมีวุฒิปริญญาเอกด้านวิศวกรรมนิวเคลียร์ กล่าว พร้อมยืนยันว่าข้อมูลดังกล่าวไม่สอดคล้องกับการระเบิดจากเหมืองแร่หรือแผ่นดินไหว แต่สอดคล้องกับแรงระเบิดที่เกิดจากการทดสอบนิวเคลียร์
ยอว์ยังระบุด้วยว่า จีนพยายามปกปิดการทดสอบดังกล่าวด้วยวิธีที่เรียกว่า “การแยกคลื่น” (decoupling) คือการจุดระเบิดภายในโพรงใต้ดินขนาดใหญ่เพื่อลดความรุนแรงของคลื่นกระแทกที่แพร่ผ่านชั้นหิน
อย่างไรก็ดี องค์การสนธิสัญญาห้ามทดสอบนิวเคลียร์อย่างครอบคลุม (CTBTO) ระบุว่า ข้อมูลที่มีอยู่ไม่เพียงพอที่จะยืนยันข้อกล่าวหาดังกล่าวได้อย่างมั่นใจ โดยโรเบิร์ต ฟลอยด์ เลขาธิการบริหาร CTBTO ชี้แจงว่า สถานีตรวจวัด PS23 ในคาซัคสถานได้บันทึก “การไหวสะเทือนขนาดเล็กมากสองครั้ง” ห่างกัน 12 วินาที ในวันที่ 22 มิ.ย. 2563 ซึ่งต่ำกว่าระดับที่ระบบตรวจจับของ CTBTO สามารถประเมินสาเหตุได้อย่างแม่นยำ
ด้านหลิว เผิงอวี่ โฆษกสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงวอชิงตัน ออกแถลงการณ์ปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยระบุว่า “ไร้มูลความจริงโดยสิ้นเชิง” และเป็นความพยายาม “สร้างข้ออ้างเพื่อกลับมาทดสอบนิวเคลียร์อีกครั้ง” พร้อมกล่าวหาว่าสหรัฐฯ “บิดเบือนทางการเมืองเพื่อแสวงหาอำนาจครอบงำด้านนิวเคลียร์”
การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กำลังกดดันให้จีนเข้าร่วมเจรจาสนธิสัญญาควบคุมอาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธีฉบับใหม่ร่วมกับสหรัฐฯ และรัสเซีย หลังสนธิสัญญา New START หมดอายุลงเมื่อวันที่ 5 ก.พ. ที่ผ่านมา ซึ่งจุดชนวนความกังวลเรื่องการแข่งขันกันสะสมอาวุธนิวเคลียร์
จีนซึ่งลงนามแต่ยังไม่ให้สัตยาบันสนธิสัญญาห้ามทดสอบนิวเคลียร์ปี 2539 ยืนยันว่าการทดสอบนิวเคลียร์ใต้ดินอย่างเป็นทางการครั้งสุดท้ายของจีนเกิดขึ้นในปี 2539 และปฏิเสธที่จะเข้าร่วมการเจรจาสนธิสัญญาสามฝ่าย โดยอ้างว่าคลังอาวุธนิวเคลียร์ของจีนมีขนาดเล็กกว่าของสหรัฐฯ และรัสเซียมาก
ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า ปัจจุบันจีนมีหัวรบนิวเคลียร์ที่พร้อมปฏิบัติการมากกว่า 600 หัวรบ และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเกิน 1,000 หัวรบภายในปี 2573
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 ก.พ. 69)





