
รัฐบาลอิหร่านหันมาใช้ยุทธวิธีใหม่ในการเจรจานิวเคลียร์กับสหรัฐฯ ที่นครเจนีวา ด้วยการชูผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมหาศาลเพื่อดึงดูดรัฐบาลสหรัฐฯ หลังจากที่คณะผู้แทนเจรจาจากทั้งสองประเทศสามารถบรรลุ “หลักการชี้นำ” (guiding principles) ร่วมกันเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (17 ก.พ.) โดยมีประเทศโอมานเป็นตัวกลางในการประสานงาน
ความเคลื่อนไหวล่าสุดจากรัฐบาลอิหร่านในครั้งนี้ไม่ได้จำกัดวงอยู่เพียงแค่การจัดการด้านความมั่นคงเหมือนที่ผ่านมา แต่ได้พยายามวางโครงสร้างข้อตกลงให้กลายเป็น “ข้อเสนอทางธุรกิจ” ด้วยการเสนอสิทธิการเข้าถึงแหล่งพลังงานและทรัพยากรแร่ธาตุอันมหาศาลของประเทศ ซึ่งอิหร่านเรียกว่า “โอกาสมูลค่าล้านล้านดอลลาร์” สำหรับบริษัทอเมริกัน ในขณะที่นักวิเคราะห์มองว่า อิหร่านพยายามเลือกใช้คำเพื่อดึงดูดใจประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งขึ้นชื่อด้านการทำข้อตกลงเชิงธุรกิจ
สื่ออิหร่านรายงานว่า ฮามิด กานบารี รองผู้อำนวยการฝ่ายการทูตเศรษฐกิจ กระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวก่อนการเจรจาเปิดฉากเมื่อวานนี้ว่า เพื่อให้ข้อตกลงมีความยั่งยืน สหรัฐฯ จะต้องได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่เห็นผลเร็วและชัดเจน พร้อมกับเน้นย้ำด้วยว่า “ผลประโยชน์ร่วมกัน” ในการลงทุนด้านน้ำมัน ก๊าซ และเหมืองแร่ ได้ถูกบรรจุให้เป็นส่วนหนึ่งของวาระการเจรจาแล้ว
อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์มองว่า แม้ข้อเสนอดังกล่าวจะช่วยสร้างบรรยากาศเชิงบวก และเป็นการส่งสัญญาณที่ถูกต้องในการเจรจากับรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดนี้ แต่ความไม่ไว้วางใจที่สั่งสมมานาน รวมถึงแรงต้านทางการเมืองภายในของทั้งสองประเทศ ยังเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการบรรลุข้อตกลง
ทั้งนี้ อันที่จริงแล้ว การใช้มิติทางเศรษฐกิจมานำการเจรจาไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับอิหร่าน โดยก่อนหน้านี้ อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เคยเตรียมเสนอแผน “ล้านล้านดอลลาร์” ในการเจรจาที่เกือบจะเกิดขึ้นในเดือนมิ.ย. 2568 แต่สงคราม 12 วันระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านปะทุขึ้นเสียก่อนจนทำให้การเจรจาถูกยกเลิกไป การหยิบยกข้อเสนอนี้กลับมาอีกครั้งจึงสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของอิหร่านที่จะใช้เรื่องเศรษฐกิจเป็นแกนหลักในการเจรจาแม้จะเป็นการคุยผ่านตัวกลางก็ตาม
สำหรับผลการเจรจาที่เจนีวาเมื่อวานนี้ อารักชีเผยว่า การพูดคุยกับ สตีฟ วิตคอฟฟ์ ทูตพิเศษของสหรัฐฯ ผ่านทางรัฐมนตรีต่างประเทศโอมาน เป็นการสนทนาที่ “จริงจังอย่างยิ่ง” เกี่ยวกับแนวคิดของทั้งสองฝ่าย แม้จะยังไม่มีโร้ดแมปที่ชัดเจน แต่ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องในหลักการทั่วไปและกำลังก้าวไปสู่การเจรจารายละเอียดในตัวร่างข้อตกลง
อย่างไรก็ตาม ทางฝั่งสหรัฐฯ ยังมีท่าทีที่ระมัดระวังมากกว่า โดยเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ฟ็อกซ์นิวส์ว่า การเจรจาดำเนินไปได้ด้วยดีในบางแง่มุม แต่ย้ำว่าประธานาธิบดีทรัมป์ได้ขีดเส้นแดงบางประการที่อิหร่านยังไม่พร้อมจะยอมรับหรือปฏิบัติตาม
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (18 ก.พ. 69)





