
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เปิดเผยรายงานการประชุมประจำเดือนม.ค.เมื่อวันพุธ (18 ก.พ.) โดยระบุว่า กรรมการเฟดเกือบทั้งหมดเห็นชอบให้คงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ แต่ยังคงมีความเห็นต่างกันเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายการเงินครั้งต่อไป โดยกรรมการเฟดหลายคนเปิดกว้างสำหรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง ขณะที่กรรมการรายอื่น ๆ แสดงท่าทีสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติม หากเงินเฟ้อลดลงตามที่คาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ รายงานการประชุมบ่งชี้ว่า กรรมการเฟดมีการประเมินผลกระทบของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่มีต่อเศรษฐกิจ
คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟด มีมติ 10-2 ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเมื่อวันที่ 27-28 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยสมาชิก FOMC จำนวน 10 รายโหวตสนับสนุนการคงอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ 2 รายโหวตสวนมติดังกล่าว โดยสตีเฟน มิแรน และคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ ลงมติให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมครั้งนี้ เนื่องจากความกังวลว่าตลาดแรงงานอาจมีความเสี่ยงที่จะอ่อนแอลง
ความคิดเห็นที่แตกต่างกันในการประชุมครั้งนี้ได้ตอกย้ำถึงความท้าทายที่รออยู่สำหรับ เควิน วอร์ช ในการที่จะโน้มน้าวให้คณะกรรมการเฟดสนับสนุนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยตามที่เขาและประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เห็นว่าจำเป็น โดยเควิน วอร์ช ซึ่งเป็นอดีตผู้ว่าการเฟด ได้รับการเสนอชื่อจากปธน.ทรัมป์ให้เข้าดำรงตำแหน่งประธานเฟดต่อจากเจอโรม พาวเวล ซึ่งจะหมดวาระในเดือนพ.ค.
นอกเหนือจากเรื่องอัตราดอกเบี้ยแล้ว กรรมการเฟดยังมีมุมมองที่แตกต่างกันเกี่ยวกับผลกระทบของ AI โดยกรรมการบางรายมีมุมมองเชิงบวกว่า AI จะมีส่วนช่วยเพิ่มผลิตภาพในระบบเศรษฐกิจและจะส่งผลให้เงินเฟ้อลดลง แต่ในขณะเดียวกันก็มีความกังวลว่า การลงทุนใน AI กำลังก่อให้เกิดความเสี่ยงทางการเงิน เมื่อพิจารณาจากการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นและการเข้ามามีส่วนร่วมของตลาดสินทรัพย์นอกตลาดหลักทรัพย์ที่ขาดความโปร่งใส
รายงานการประชุมยังระบุด้วยว่า เนื่องจาก AI ถูกมองว่าเป็นทั้งแหล่งของศักยภาพ ความเสี่ยง และความไม่แน่นอน ดังนั้นการตัดสินใจของเฟดในการระงับการผ่อนคลายนโยบายการเงินในการประชุมเดือนม.ค. จึงเป็นเรื่องเหมาะสม เพื่อประเมินว่าเศรษฐกิจอยู่ในจุดใดหลังจากที่เฟดได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยไปแล้ว 0.75% ในปี 2568
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 ก.พ. 69)





