
นายเพชร นันทวิสัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป [TFG] เปิดเผยว่า ภาพรวมการดำเนินงานในปี 2569 ถือเป็นปีที่เห็นการเปลี่ยนผ่านจากธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการผลิต (Production Driven) ไปสู่การเป็นธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยตลาด (Market Driven) อย่างชัดเจน ผ่านการขยายช่องทางค้าปลีกของตนเอง ซึ่งช่วยให้บริษัทฯเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง ลดความผันผวนของราคาเนื้อสัตว์ ทำให้ธุรกิจภาพรวมของกลุ่มไทยฟู้ดส์ มีความยั่งยืน
ในส่วนของ ธุรกิจค้าปลีก ผ่านร้าน Thai Foods Fresh Market ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโต (S-Curve) บริษัทฯตั้งเป้าขยายสาขาจาก 615 สาขาในปี 2568 เป็น 850 สาขาในปี 2569
สำหรับธุรกิจในต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนาม ยังคงเป็น Growth Engine สำคัญ โดยในปี 2569 บริษัทจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างโรงอาหารสัตว์ และขยายธุรกิจไก่ เพิ่มเติมจากธุรกิจสุกรที่มีอยู่แล้ว ซึ่งธุรกิจสุกรก็ยังมีการขยายฟาร์มเพิ่มด้วยเช่นกัน โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2569 ส่งผลให้รายได้และต้นทุนการผลิตโดยรวมจะดีขึ้นตั้งแต่ในช่วงปี 2570
สำหรับแผนการลงทุน ตั้งงบประมาณไว้ที่ 4,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่ใช้สำหรับการขยายสาขาธุรกิจค้าปลีก การลงทุนในธุรกิจต้นน้ำ เพื่อสนับสนุนห่วงโซ่อุปทานของร้านค้าปลีกของบริษัทเอง ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบในปี 2569 มีแนวโน้มลดลง ซึ่งได้ทำการล็อกราคาวัตถุดิบไว้แล้วประมาณ 60 – 70%
ขณะที่ภาพรวมผลการดำเนินงานของบริษัทฯในปี 2568 มีรายได้รวม 73,358.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7,277.04 ล้านบาท หรือ 11.01% และมีกำไรสุทธิ 7,440.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,297.03 ล้านบาท หรือ 136.68% ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (All Time High) โดยได้รับปัจจัยหนุนจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นทุกกลุ่มธุรกิจไม่ว่าจะเป็นสุกรทั้งในและต่างประเทศ ไก่ อาหารสัตว์ รวมถึงธุรกิจค้าปลีก ผ่าน Thai Foods Fresh Market ที่ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค ทั้งนี้ รายได้รวมดังกล่าวมาจากธุรกิจร้านค้าปลีกราว 37.34% , ธุรกิจไก่ 27.23%, ธุรกิจสุกร 19.27% และธุรกิจอาหารสัตว์ 14.85% ตามลำดับ
นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติอนุมัติแต่งตั้ง นายเพชร นันทวิสัย ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มีผลตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 ก.พ. 69)





