
ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (BSP) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% สู่ระดับ 4.25% ในวันนี้ (19 ก.พ.) นับเป็นการลดดอกเบี้ยต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 6 หลังผลกระทบจากคดีทุจริตครั้งใหญ่ฉุดเศรษฐกิจชะลอตัวต่ำสุดในรอบ 14 ปี หากไม่นับช่วงการระบาดของโควิด-19
BSP ระบุในแถลงการณ์ว่า เศรษฐกิจขยายตัวต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ เนื่องจากอุปสงค์ภายในประเทศอ่อนแอ แม้ตัวชี้วัดล่าสุดบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจอาจฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี หากความเชื่อมั่นกลับมาเร็วพอ
รายงานระบุว่า นับตั้งแต่เริ่มวัฏจักรของการผ่อนคลายนโยบายเมื่อเดือนส.ค. 2567 BSP ได้ปรับลดดอกเบี้ยรวมแล้ว 2.25% โดยคาดหวังว่าต้นทุนการกู้ยืมที่ต่ำลงจะช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายของผู้บริโภคและภาคธุรกิจ หลังมีรายงานการทุจริตในโครงการโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ
ด้านเงินเฟ้อนั้น BSP ประเมินว่า แรงกดดันด้านอุปทานอาจทำให้คาดการณ์เงินเฟ้อปีนี้ขยับขึ้นเล็กน้อย แต่ยังเชื่อว่าเป็นปัจจัยชั่วคราว และอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มกลับเข้าใกล้เป้าหมาย 3% ภายในปี 2570
ทั้งนี้ อัตราเงินเฟ้อเดือนม.ค.อยู่ที่ 2% สูงสุดในรอบเกือบ 1 ปี และยังอยู่ในกรอบเป้าหมายที่ 2%-4% ของ BSP และคาดว่าราคาน้ำมันและค่าไฟฟ้าจะเป็นปัจจัยผลักดันเงินเฟ้อในช่วงครึ่งแรกของปี ก่อนจะเริ่มทรงตัวในระยะต่อไป
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 ก.พ. 69)





