SAK เปิดแผนปี 69 ปักธงรุกขยายสินเชื่อและบริการครบวงจร ดันพอร์ตรวมพุ่ง 1.5-1.6 หมื่นลบ.

นายศิวพงศ์ บุญสาลี กรรมการผู้จัดการ บมจ.ศักดิ์สยามลิสซิ่ง [SAK] กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจปี 2569 บริษัทฯ จะเดินหน้าขับเคลื่อนการเติบโตและเคียงข้างเกษตรกรไทย ประชาชนทั่วไป เพื่อสร้างโอกาสทางการเงินให้เข้าถึงระดับชุมชนอย่างแท้จริง และตอกย้ำการเป็นผู้นำสินเชื่อเพื่อสังคม สร้างรากฐาน สร้างงาน สร้างคน บริการดี มีมาตรฐาน โดยจะพัฒนาผลิตภัณฑ์สินเชื่อและบริการรูปแบบใหม่ ควบคู่ไปกับการแสวงหาโอกาสสร้างเติบโตผ่านการผนึกกำลังกับพันธมิตร เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างครบวงจร (Total Financial Solution) เข้าถึงง่ายและเป็นธรรมอย่างต่อเนื่อง พร้อมรุกขยายสินเชื่อโซลาร์ รูฟท็อป ในช่วงฤดูร้อน รวมทั้งขยายฐานลูกค้าในพอร์ตสินเชื่อ ทั้งทะเบียนรถเป็นประกัน สินเชื่อรถจักรยานยนต์ใหม่ และสินเชื่อที่มีที่ดินเป็นประกัน ฯลฯ ผ่านการใช้ศักยภาพการมีสาขาที่ครอบคลุมกว่า 1,079 สาขาทั่วประเทศ

ขณะที่ภาพรวมธุรกิจสินเชื่อรายย่อยปี 2569 คาดการณ์ว่าจะเติบโตแข็งแกร่ง โดยเฉพาะกลุ่มสินเชื่อส่วนบุคคล นาโนไฟแนนซ์ และสินเชื่อทะเบียนรถเป็นประกัน เนื่องจากความต้องการสภาพคล่องในกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อยยังอยู่ในระดับสูง ส่วนกลุ่มเกษตรกรความต้องการสินเชื่อในไตรมาส 1/69 อยู่ในระดับทรงตัว เนื่องจากอยู่ในช่วงโลว์ซีซันของภาคเกษตรกรรม และคาดการณ์ว่าไตรมาส 2–3/69 ความต้องการสินเชื่อจะกลับมา เพราะเป็นช่วงเริ่มต้นฤดูกาลเพาะปลูก และด้วยการวางแผนและกลยุทธ์อย่างแข็งแกร่ง บริษัทฯ มั่นใจว่าจะสามารถผลักดันพอร์ตสินเชื่อรวมแตะ 15,500-16,000 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 8-10% และรักษา NPL ให้อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ไม่เกิน 2.5% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม

“ศักดิ์สยามลิสซิ่ง พร้อมยืนหยัดเคียงข้างกลุ่มเกษตรกรและประชาชนในทุกสภาวะการณ์ และเข้าใจถึงความต้องการของลูกค้า โดยพร้อมสนับสนุนสภาพคล่องอย่างเป็นธรรม เพื่อช่วยให้เกษตรกรและคนในชุมชนสามารถเดินหน้าสร้างอาชีพได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน” นายศิวพงศ์ กล่าว

สำหรับผลการดำเนินงานปี 2568 (ม.ค.-ธ.ค.) บริษัทฯ ประสบความสำเร็จอย่างสูง ทำรายได้รวม 3,341 ล้านบาท เติบโต 7.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) และมีกำไรสุทธิ 874 ล้านบาท เติบโต 4.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน (YoY) โดยมีปัจจัยจากการวางกลยุทธ์เปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้นอีก 50 สาขา เป็นกว่า 1,079 สาขาทั่วประเทศ ที่ส่งผลต่อการขยายเข้าสู่พื้นที่ที่มีศักยภาพสูง ช่วยทำให้ SAK เข้าถึงฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น แม้ว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2568 (ตุลาคม-ธันวาคม 2568) ทำรายได้รวม 813 ล้านบาท ลดลง 3.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) และมีกำไรสุทธิ 212 ล้านบาท ลดลง 5.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) ซึ่งเป็นไปตามปัจจัยทางฤดูกาล (Seasonal Factor) โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าเกษตรกรที่เข้าสู่ช่วงฤดูเก็บเกี่ยวผลผลิต และนำเงินมาชำระคืนค่างวดสินเชื่อตามกำหนด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงคุณภาพหนี้ที่ดีขึ้น

ขณะที่พอร์ตสินเชื่อ ณ สิ้นปี 2568 อยู่ที่ 14,129 ล้านบาท อยู่ในระดับเดียวกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน (YoY) เนื่องจากบริษัทฯ ได้ปรับกลยุทธ์เพื่อรองรับกับความท้าทายทั้งจากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า ปัญหาหนี้ครัวเรือนและค่าครองชีพในระดับสูง ซึ่งกดดันความสามารถในการชำระหนี้ โดยมุ่งบริหารสินเชื่อเชิงรุก ผ่านสร้างการเติบโตจากคุณภาพของพอร์ตสินเชื่อ และเพิ่มความเข้มงวดการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ การคัดกรองให้สอดรับกับความสามารถในการชำระหนี้ที่แท้จริง เพื่อบริหารความเสี่ยงเชิงรุก รักษาสภาพคล่องและเสถียรภาพทางการเงินของบริษัทฯ ในระยะยาว อย่างไรก็ตามสินเชื่อที่เติบโตอย่างโดดเด่นในปี 2568 ได้แก่ สินเชื่อที่ดินอยู่ที่ 1,749 ล้านบาท เติบโต 33.0% เนื่องจากเป็นสินเชื่อที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบอาชีพอิสระในต่างจังหวัด และสะท้อนถึงการเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่แม่นยำและเป็นกลุ่มที่มีหลักประกันมั่นคง ลดความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Risk) ได้อย่างมีนัยสำคัญ

“ในปีที่ผ่านมา เราให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงเชิงรุกเป็นลำดับแรกๆ การรักษามาตรฐาน NPL ให้มีเสถียรภาพอยู่ที่ระดับ 2.7% ท่ามกลางความท้าทายด้านค่าครองชีพ สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการคัดกรองลูกหนี้ที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง วันนี้สถานะทางการเงินของเรามีความพร้อมสูงมาก ทั้งในแง่สภาพคล่องและเสถียรภาพ พร้อมที่จะขยายพอร์ตสินเชื่ออย่างมีคุณภาพในปีหน้า” นายศิวพงศ์ กล่าว

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 ก.พ. 69)