
ประชาชนเกาหลีใต้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปี 2569 จากการรวมพลังต่อต้านการประกาศกฎอัยการศึกของอดีตประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล เมื่อเดือนธ.ค. 2567
ศาสตราจารย์ คิม อึย-ยอง จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล เปิดเผยว่า นักรัฐศาสตร์หลายราย รวมถึงอดีตประธานและประธานคนปัจจุบันของสมาคมรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศ (IPSA) ได้ยื่นเสนอชื่อในนาม “กลุ่มพลเมือง” ต่อคณะกรรมการโนเบลตั้งแต่เดือนม.ค. ที่ผ่านมา
ผู้เสนอชื่อนิยามการเคลื่อนไหวครั้งนั้นว่าเป็น “การปฏิวัติแห่งแสงสว่าง” ซึ่งอ้างอิงจากแท่งไฟที่ผู้ประท้วงถือระหว่างการชุมนุม และมองว่าเป็นตัวอย่างของการมีส่วนร่วมทางพลเมืองอย่างสันติ เพื่อต่อต้านการกระทำที่ศาลตัดสินภายหลังว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายและขัดรัฐธรรมนูญ
ศาสตราจารย์คิมกล่าวว่า โลกจับตามองด้วยความประหลาดใจยิ่ง เมื่อเกาหลีใต้สามารถฝ่าฟันความพยายามก่อการกบฏและฟื้นฟูระบอบประชาธิปไตยได้ภายในเวลาเพียง 6 เดือน ท่ามกลางกระแสถดถอยของประชาธิปไตยทั่วโลก โดยประชาชนคือพลังสำคัญของกระบวนการดังกล่าว
ศาสตราจารย์คิมยังเปรียบว่า เช่นเดียวกับวัฒนธรรม K-pop และ K-drama ที่สร้างอิทธิพลเชิงบวกต่อโลก ประชาธิปไตยแบบเกาหลีก็มีคุณค่าระดับสากลเช่นกัน
ทั้งนี้ ย้อนกลับไปในช่วงวันที่ 3-4 ธ.ค. 2567 ประชาชนจำนวนมากรวมตัวตามสถานที่สำคัญทางการเมือง ซึ่งรวมถึงบริเวณหน้าอาคารรัฐสภา ท่ามกลางการตั้งแนวกั้นของตำรวจและทหารเพื่อสกัดสมาชิกสภานิติบัญญัติไม่ให้เข้าไปยังตัวอาคาร ก่อนที่รัฐสภาจะลงมติบังคับให้ยกเลิกกฎอัยการศึกภายใน 6 ชั่วโมง
หลังจากนั้น การชุมนุมลุกลามทั่วประเทศเพื่อเรียกร้องให้ถอดถอนอดีตผู้นำและดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งคิมชี้ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนบทบาทสำคัญของประชาชนในการฟื้นฟูระบอบประชาธิปไตยของเกาหลีใต้ในช่วงเวลาที่หลายประเทศทั่วโลกเผชิญความถดถอยทางประชาธิปไตย
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 ก.พ. 69)





