ออสเตรเลียมั่นใจรอดกำแพงภาษีเนื้อวัว คาดส่งออกสหรัฐฯ ได้รับยกเว้นตามเดิม

ไมเคิล โครว์ลีย์ กรรมการผู้จัดการสมาคมเนื้อสัตว์และปศุสัตว์แห่งออสเตรเลีย แถลงวันนี้ (23 ก.พ.) ว่า เนื้อวัวที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ จะไม่ถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้า 15% ตามที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ประกาศไว้เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยโฆษกของทางสมาคมฯ ยืนยันว่าได้รับแจ้งเรื่องการยกเว้นภาษีดังกล่าวจากการหารือร่วมกับคู่ค้าในสหรัฐฯ แล้ว

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่าจะปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าจากทุกประเทศทั่วโลกเป็น 15% ซึ่งเกิดขึ้นเพียงวันเดียวหลังจากที่เขาเพิ่งประกาศตั้งกำแพงภาษี 10% ทั่วโลก หลังเผชิญความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่จากคำวินิจฉัยของศาลฎีกา

ปธน.ทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (21 ก.พ.) ว่า “ในฐานะประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ผมขอประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้าจากทุกประเทศ (Worldwide Tariff) จากเดิม 10% เป็น 15% โดยให้มีผลบังคับใช้ทันที หลายประเทศเหล่านี้ ‘กอบโกยเอาเปรียบ’ สหรัฐฯ มานานหลายทศวรรษโดยไม่เคยถูกตอบโต้ (จนกระทั่งผมก้าวเข้ามา!) ซึ่งอัตรา 15% นี้เป็นระดับที่ได้รับอนุญาตอย่างเต็มที่และผ่านการตรวจสอบทางกฎหมายแล้ว”

อย่างไรก็ดี รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ประกาศยกเว้นการเก็บภาษีนำเข้าเนื้อวัวมาตั้งแต่เมื่อเดือนพ.ย. เพื่อแก้ปัญหาค่าครองชีพและราคาอาหารที่พุ่งสูงขึ้นสำหรับผู้บริโภค เนื่องจากจำนวนฝูงวัวในสหรัฐฯ ลดลงต่ำสุดในรอบหลายทศวรรษ ทำให้ต้องพึ่งพาการนำเข้าจากแคนาดาและออสเตรเลีย

ความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากฝั่งสหรัฐฯ นี้เอง เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยอดการส่งออกเนื้อวัวของออสเตรเลียพุ่งสูงทำสถิติใหม่ในปี 2568

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 ก.พ. 69)