
เจ้าหน้าที่การค้าอินเดียเลื่อนการเดินทางเยือนสหรัฐฯ หลังศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยยกเลิกมาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรหลายรายการของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
เมื่อช่วงต้นเดือนก.พ. อินเดียบรรลุกรอบข้อตกลงชั่วคราว ซึ่งปธน.ทรัมป์ยอมลดภาษีนำเข้าสินค้าจากอินเดียลงมาอยู่ที่ 18% จากเดิม 25% และยกเลิกภาษีตอบโต้เพิ่มเติมในอัตรา 25% โดยคณะผู้แทนเจรจาของอินเดียมีกำหนดเดินทางไปสหรัฐฯ ในสัปดาห์นี้ เพื่อสรุปข้อตกลงดังกล่าว อย่างไรก็ดี ล่าสุดทางอินเดียตัดสินใจเลื่อนกำหนดการออกไปก่อน พร้อมเผยว่า การเดินทางจะมีขึ้นอีกครั้งเมื่อทั้งสองประเทศได้ศึกษาและประเมินสถานการณ์ รวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างถี่ถ้วนแล้ว
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (20 ก.พ.) ศาลสูงสุดสหรัฐฯ มีมติด้วยคะแนนเสียง 6-3 ยกเลิกมาตรการภาษีศุลกากรของปธน.ทรัมป์ ก่อนที่ปธน.ทรัมป์จะประกาศเรียกเก็บภาษีใหม่ทั่วโลกในอัตรา 10% แทน พร้อมให้คำมั่นว่าจะใช้อำนาจอื่นในการรักษานโยบายภาษีอันเป็นนโยบายหลักของตนเอาไว้ และจากนั้นในวันเสาร์ เขาประกาศปรับขึ้นอัตราภาษีเป็น 15%
ทั้งนี้ ปัจจุบันอินเดียเผชิญกับภาษีตอบโต้ในอัตรา 25% ซึ่งมีกำหนดจะปรับลดลงเหลือ 18% หลังจากทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องในข้อตกลงชั่วคราวในช่วงต้นเดือน โดยข้อตกลงดังกล่าวยังเปิดช่องให้มีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดได้
อย่างไรก็ดี อาเจย์ ศรีวาสตาวา ผู้ก่อตั้งสถาบันวิจัยการค้าโลก (GTRI) และอดีตผู้แทนเจรจาการค้าของอินเดีย แสดงความเห็นว่า ดูเหมือน ณ ตอนนี้ อินเดียเผชิญกับอัตราภาษี 15% เช่นเดียวกับประเทศอื่น ๆ นอกเหนือจากอัตราภาษีปกติภายใต้สถานะชาติที่ได้รับความอนุเคราะห์ยิ่ง (MFN) ซึ่งโดยปกติจะอยู่ที่ประมาณ 2-3%
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 ก.พ. 69)





