
เมื่อเวลา 10.00 น. CPAXT ปรับลง 3.47% มาที่ 16.70 บาท ลดลง 0.60 บาท ด้วยมูลค่าซื้อขาย 121.95 ล้านบาท จากราคาเปิด 16.90 บาท ราคาต่ำสุด 16.70 บาท และราคาสูงสุด 17.00 บาท
บล.บัวหลวง ระบุว่า บมจ.ซีพี แอ็กซ์ตร้า [CPAXT] รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 4/68 ที่ 2,563 ล้านบาท ลดลง 35%YoY แต่ดีขึ้น 37%QoQ ตามฤดูกาล ทั้งนี้ กำไรไตรมาส 4/68 แย่กว่าเราคาด 11% และตลาดคาด 15% เพราะธุรกิจค้าปลีกมีตั้งสำรองสินค้ากดดันอัตรากำไรขั้นต้น (GM) ของธุรกิจค้าปลีกเหลือ 16.4% จาก 18.6%ในไตรมาส 4/67 และ 17.4% ใน ไตรมาส 3/68
ทั้งนี้ CPAXT ประกาศจ่ายปันผล 0.53 บาทต่อหุ้น คิดเป็น div yield ที่ 3.0% ขึ้น XD 20 เม.ย.
ยอดขายไตรมาส 4/68 เพิ่มขึ้น 1%YoY และ 5%QoQ เพราะแมคโคร (59% ของยอดขาย)ได้อานิสงส์คนละครึ่งและเปิดสาขาใหม่ทาให้ยอดขายโต 6%YoY ช่วยชดเชยธุรกิจค้าปลีกที่ SSS หดตัว -7.6% จาก -0.5% ในไตรมาส 3/68 เพราะ Lotus’s ออนไลน์ถูกคุกคาม ทั้งนี้ หากไม่รวมผลกระทบดังกล่าว SSS จะลง -4%
GM ออกมาที่ 13.9% แย่ลง -100bps YoY และ -40bps QoQ กดดันจากธุรกิจค้าปลีกมีสัดส่วนสินค้าไม่ใช่อาหารลง, มีตั้งสำรองด้อยค่าสินค้าและความเสียหายน้ำท่วม ส่วน GM ของค้าส่งอยู่ที่12.2% ขึ้น+30bps YoY และ QoQ
เรายังมองกำไรไตรมาส 1/69 ของ CPAXT ลดลง YoY และ QoQ โดย YoY กดดันจาก SSS ในไตรมาส 1/69 ที่ยังอ่อนแอ ธุรกิจค้าส่งทรงตัวใน ม.ค. ส่วนธุรกิจค้าปลีกหดตัวระดับต่ำ อย่างไรก็ดี เราคาด SSS จะค่อยๆ ฟื้นตัวในช่วงไตรมาส 2/69 หนุนจากสภาพอากาศ เราจึงยังคงกำไรปกติทั้งปี 69 ที่ 10,307 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 10%YoY
แนะนำเพียง”ถือ” ราคาเป้าหมาย 17.0 บาท เพราะเรามองระยะสั้นราคาหุ้นจะถูกกดดันจากกำไรหลักที่อ่อนแอกว่าเราและตลาดคาด ทิศทางกำไรไตรมาส 1/69 ยังมีแนวโน้มลดลง YoY และ QoQ ในขณะที่ประเด็นโอกาสในการ reverse ตั้งสำรองและความคืบหน้าโครงการ Happitat ที่จะเปิดในไตรมาส 2/69 ยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามในที่ประชุมเช้านี้ ดังนั้น เรายังคงชอบ CPALL มากกว่า CPAXT
ด้าน บล.ทรีนีตี้ ระบุว่า การปรับน้ำหนักในตะกร้าดัชนี MSCI รอบโลก ซึ่งตรงกับช่วงปิดตลาดของวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ประเมินในรอบนี้ตลาดหุ้นไทยถูกลดน้ำหนักราว 2.5 พันล้านบาท ส่วนหุ้นที่ถูกถอดออกจากกระดานหุ้นใหญ่หรือ Standard Index ในรอบนี้อย่าง CPAXT
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 ก.พ. 69)





