ส่งออกไทยแกร่ง! ม.ค. โตพุ่ง 24.4% มูลค่าทะลุ 31,000 ล้านดอลล์ สูงสุดเป็นประวัติการณ์

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภาวะการค้าระหว่างประเทศของไทย เดือนม.ค.69 ว่า การส่งออกมีมูลค่า 31,573.1 ล้านดอลลาร์ ขยายตัวถึง 24.4% (ตลาดคาดราว 8.0-8.2%) โดยในแง่มูลค่าถือว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วนในแง่อัตราการขยายตัว ถือว่าสูงสุดในรอบ 4 ปี ขณะที่การนำเข้า มีมูลค่า 34,876.5 ล้านดอลลาร์ ขยายตัว 29.4% ส่งผลให้ในเดือนม.ค.นี้ ไทยยังขาดดุลการค้า 3,303.4 ล้านดอลลาร์

“สาเหตุที่มูลค่าการส่งออกในเดือนม.ค. ขยายตัวในระดับที่แข็งแกร่ง เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยี AI และการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในทั่วโลก…การส่งออกไทย ยังมีสัญญาณที่จะโตได้ต่อเนื่อง แต่อาจจะเดือน 6 ที่วัฎจักรนี้อาจจะลดลง และอีกเรื่องที่ทำให้ตัวเลขการส่งออกสูง คือ ตัวเลข Front Loading ที่ยังสูงจากปัจจัยความไม่แน่นอนในเรื่อง Geopolitics” นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการ สนค. ระบุ

นอกจากนี้ สินค้าในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์และส่วนประกอบ ยังสามารถขยายตัวได้สูง ขณะที่สินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป เช่น ทุเรียน มังคุด ข้าวหอมมะลิ และกุ้งแช่แข็ง สามารถกลับมาขยายตัวได้ดีในเดือนนี้ จากปัจจัยสนับสนุนที่การบริโภคเพิ่มสูงขึ้นในช่วงเทศกาล

ส่งออกรายกลุ่มสินค้า

  • กลุ่มสินค้าเกษตร มีมูลค่า 2,000.4 ล้านดอลลาร์ ลดลง 1.8% โดยลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 แต่ขณะเดียวกันยังมีสินค้าเกษตร ที่ขยายตัวได้ดีในเดือนนี้ ได้แก่ ไก่แปรรูป, กุ้งสดแช่เย็น-แช่แข็ง และผลไม้สด แช่เย็น-แช่แข็ง
  • กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร มีมูลค่า 1,671.6 ล้านดอลลาร์ ลดลง 1.7% กลับมาหดตัวจากที่ขยายตัวในเดือนก่อน โดยสินค้าที่ยังขยายตัวได้ดี ได้แก่ ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์, ผลไม้กระป๋อง และแปรรูป และอาหารสัตว์เลี้ยง
  • กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม มีมูลค่า 26,950.8 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 29.8% โดยสินค้าที่ขยายตัวดี ได้แก่ เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ, เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ, แผงสวิตช์ และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า, หม้อแปลงไฟฟ้า และส่วนประกอบ, แผงวงจรไฟฟ้า, รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ

นายนันทพงษ์ กล่าวว่า การส่งออกของไทย ขยายตัวระดับสูงและครอบคลุมเกือบทุกตลาดสำคัญ โดยสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี ยังเป็นกลุ่มสินค้าที่ขับเคลื่อนการเติบโตในตลาดใหญ่ ทั้งสหรัฐฯ จีน สหภาพยุโรป และอาเซียน รวมทั้งยังเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของกลุ่มสินค้ายานยนต์และชิ้นส่วน ในญี่ปุ่น และออสเตรเลีย

โดยตลาดส่งออกสำคัญที่ขยายตัวได้ดี ใน 5 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 ทวีปออสเตรเลีย ขยายตัว 97.8% อันดับ 2 สวิตเซอร์แลนด์ ขยายตัว 52.5% อันดับ 3 สหรัฐฯ ขยายตัว 43.1% อันดับ 4 จีน ขยายตัว 35.1% และอันดับ 5 อาเซียน 5 ขยายตัว 29.8% ขณะที่ตลาดสำคัญที่หดตัว ได้แก่ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) หดตัว 8.7% และแอฟริกา หดตัว 3.6%

แนวโน้มระยะถัดไป จับตาค่าเงินผันผวน-ระเบียบการค้าโลก

สำหรับแนวโน้มการส่งออกในปี 2569 ผู้อำนวยการ สนค. คาดว่ายังคงขยายตัวต่อเนื่อง จากการเปลี่ยนผ่านสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล การลงทุนและพัฒนา AI Data Centers ในหลายประเทศ เพื่อรองรับการใช้งานในภาคธุรกิจ ภาครัฐ และความมั่นคง ขณะเดียวกัน ความได้เปรียบของไทยในฐานะแหล่งความมั่นคงทางอาหาร และการรุกตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง อาทิ อินเดีย ลาตินอเมริกา และตะวันออกกลาง จะเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนรายได้ นอกจากนี้ การบูรณาการสิทธิประโยชน์ภายใต้ความตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ฉบับใหม่ ที่จะมีผลบังคับใช้ในปีนี้ จะเป็นแต้มต่อสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน

อย่างไรก็ดี ท่ามกลางโอกาสดังกล่าว ยังคงมีปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง ทั้งความผันผวนของค่าเงินบาท และการปรับเปลี่ยนระเบียบการค้าโลกจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ จะติดตามสถานการณ์และมาตรการทางการค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อแก้ไขอุปสรรคอย่างทันท่วงที และเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ส่งออกไทยในระยะยาว

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 ก.พ. 69)