เลือกตั้ง’69: พรรคส้ม จี้กกต. แจงปม บาร์โค้ด-บัตรเขย่ง ส่อโมฆะซ้ำรอยปี 49

นายธีระ สุธีวรางกูร ทีมกฎหมายพรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีถึงบัตรเลือกตั้งใหม่เมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา บัตรเลือกตั้งสีชมพูไม่มีการระบุหมายเลขที่ต้นขั้วบัตรแสดงให้เห็นว่า การเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. 69 ที่มีทั้งเลขบนต้นขั้วบัตรและเลขบนบัตรเลือกตั้งมีปัญหาเนื่องจากมีต้นขั้วให้ตรวจสอบได้ พอบัตรใหม่ไม่มีต้นขั้วจะไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปได้ ทำให้อนุมานได้ว่าการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 69 สามารถสืบย้อนกลับไปได้ถึงตัวผู้ออกเสียงเลือกตั้งในบัตรนั้นๆ จึงถือเป็นหลักฐานอย่างหนึ่งที่ใช้ในการฟ้องคดีต่อศาลว่าเป็นการแสดงเจตนาว่าการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. 69 มีปัญหาจริงๆ

นอกจากนี้ ปัญหาบัตรเขย่งจำนวนมากในการเลือกตั้งครั้งนี้ จากการที่นักวิชาการพบว่ามีจำนวนทั่วประเทศ 3 แสนใบ นายธีระ ยอมรับว่าในภาพรวมเป็นยอดที่ผิดปกติมาก เพราะการเลือกตั้งครั้งก่อนมีบัตรเขย่งไม่มาก ซึ่งหากส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองจำนวนบัตรเขย่งในภาพรวมทั้งประเทศก็สามารถอนุมานได้ว่าการเลือกตั้งนอกจากจะไม่เป็นไปโดยลับแล้ว ยังไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมจริงๆ

รวมถึงกรณีบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดและสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปได้น่าจะเป็นประเด็นว่าการเลือกตั้งอาจไม่เป็นไปโดยลับ หากเป็นเช่นนั้นจริงจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญและคำวินิจฉัยของศาลปกครองเมื่อปี 2549 ถือว่าเป็นการเลือกตั้งที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และทำการเพิกถอนการเลือกตั้ง

นายธีระ กล่าวต่อว่า จากหลักฐานที่เรามีพบว่ามีปัญหาตั้งแต่ตอนนับคะแนน รวมคะแนนและประกาศคะแนน ซึ่งเป็นความรับผิดชอบเฉพาะตัวของคนที่มีหน้าที่ดูแล ส่วนทาง กกต. เป็นอีกกรณีที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยลับหรือไม่ ดังนั้นความรับผิดในชั้นของ กกต. เองและเลขาธิการกกต. และในชั้นของเจ้าหน้าที่ที่ดูแลการเลือกตั้งแต่ละหน่วยก็ต้องว่าไปตามข้อเท็จจริงในแต่ละกรณีไป

“แม้การจัดตั้งอาจมีปัญหาเรื่องไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แต่กกต. จะต้องรับผิดทางอาญาหรือไม่ อันนี้เป็นดุลพินิจของศาลยุติธรรม ผมไม่ขอก้าวล่วง แต่พรรคเห็นว่ากกต. อาจจัดการเลือกตั้งไม่สุจริต เที่ยงธรรม ควรจะมีการรับผิดทางกฎหมายในทางอาญา แต่ในทางปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาล จะพบว่ามีบางกรณี ที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการกระทำไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และฟ้องไปที่ศาลอาญากลับพบว่าไม่มีเจตนาให้ร่วมรับผิดทางอาญา ดังนั้นพรรคจึงเห็นว่าทาง กกต. ควรรับผิดทางอาญา แต่ศาลจะตัดสินใจอย่างไรก็เป็นดุลพินิจของศาลเราทำหน้าที่ของเราตรวจสอบการทำหน้าที่ของกกต. ในการจัดการเลือกตั้ง “ นายธีระกล่าว

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 ก.พ. 69)