
ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) แถลงต่อรัฐสภาว่า เศรษฐกิจเกาหลีใต้ซึ่งขับเคลื่อนด้วยการส่งออกนั้น มีแนวโน้มขยายตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปีนี้เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยได้แรงหนุนจากตลาดเซมิคอนดักเตอร์ที่ส่งสัญญาณว่ากำลังอยู่ในวัฏจักรที่แข็งแกร่งมากกว่าในอดีต และมีแนวโน้มที่จะยังคงแข็งแกร่งต่อไปอีกอย่างน้อยจนถึงสิ้นปีนี้ พร้อมระบุถึงปัจจัยบวกจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความแข็งแกร่งกว่าที่คาดการณ์ไว้
ถ้อยแถลงดังกล่าวมีขึ้นก่อนที่ BOK จะเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อฉบับปรับปรุงในวันพฤหัสบดีนี้ (26 ก.พ.) ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่า BOK จะปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ปี 2569 สู่ระดับประมาณ 2% จากระดับ 1.8% ที่เคยคาดการณ์ไว้เมื่อเดือนพ.ย. ขณะที่ตัวเลขประมาณการเบื้องต้นระบุว่า GDP เกาหลีใต้ปี 2568 มีการขยายตัวเพียง 1%
กระแสความนิยมในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้ผลักดันให้ความต้องการเซมิคอนดักเตอร์พุ่งสูงขึ้น ซึ่งช่วยหนุนเศรษฐกิจเกาหลีใต้ที่เคยชะลอตัวลงก่อนหน้านี้ ขณะที่ข้อมูลการค้าเบื้องต้นในวันนี้ (23 ก.พ.) ระบุว่า ยอดส่งออกชิปในช่วง 20 วันแรกของเดือนก.พ. พุ่งขึ้นแข็งแกร่งถึง 134% ซึ่งบ่งชี้ถึงแรงส่งที่ยังคงเป็นปัจจัยหนุนเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม BOK เตือนว่าความไม่แน่นอนยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งรวมถึงนโยบายภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ และจังหวะการลงทุนใน AI โดยความกังวลด้านการค้าโลกปะทุขึ้นอีกครั้ง หลังจากศาลฎีกาสหรัฐฯ มีมติด้วยคะแนนเสียง 6-3 ประกาศยกเลิกมาตรการภาษีศุลกากรส่วนใหญ่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (20 ก.พ.) โดยศาลมีคำวินิจฉัยว่า กฎหมาย International Emergency Economic Powers Act (IEEPA) ไม่ได้ให้อำนาจแก่ประธานาธิบดีในการกำหนดภาษีศุลกากรแต่อย่างใด
แต่หลังจากนั้นเพียงวันเดียว ปธน.ทรัมป์ประกาศว่าจะปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าจากทุกประเทศทั่วโลกเป็น 15% จากเดิม 10% โดยให้มีผลบังคับใช้ทันที และอ้างว่าหลายประเทศเหล่านี้เอาเปรียบสหรัฐฯ มานานหลายทศวรรษโดยไม่เคยถูกตอบโต้
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (23 ก.พ. 69)





