STECON พุ่ง 6.86% พลิกฟื้นกำไร Q4/68 โตทะลุเป้าเร่งงาน Backlog ดัน GPM ย้ำพื้นฐานแกร่งปี 69

เมื่อเวลา 10.47 น. ราคาหุ้น STECON พุ่ง 6.86% เพิ่มขึ้น 0.70 บาท มาที่ 10.90 บาท มูลค่าการซื้อขาย 207.55 ล้านบาท จากราคาเปิด 10.50 บาท ราคาสูงสุด 10.90 บาท และแราคาต่ำสุด 10.40 บาท

บล.ดาโอ ระบุว่า บมจ.สเตคอน กรุ๊ป [STECON] รายงานกำไรปกติไตรมาส 4/68 (ไม่รวมกลับสำรองจากโครงการ CFP และขาดทุนจากการตีมูลค่าทรัพย์สิน) อยู่ที่ 333 ล้านบาท ฟื้นจากขาดทุนปกติไตรมาส 4/67 ที่ -1.2 พันล้านบาท และโต +104% QoQ สูงกว่าตลาดคาดที่ 258 ล้านบาท และเราคาด 230 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสำคัญดังนี้

1) รายได้โต +38% YoY จาก backlog สูงขึ้น และเพิ่มขึ้น +41% QoQ จากการเร่งงานที่ล่าช้า

2) GPM อยู่ที่ 7.4% พลิกจาก ไตรมาส 4/67 ที่ -13% และดีขึ้น +20bps QoQ เป็นผลจากในปีก่อนบริษัทมีการรับรู้ต้นทุนส่วนเพิ่มงานบึงหนองบอน อีกทั้ง project mix และการจัดการต้นทุนโครงการดีขึ้น

3) SG&A/Sale เพิ่มขึ้น +30bps YoY จากค่าใช้จ่ายการเร่งงาน แต่ลดลง -80bps QoQ เป็นผลจากฐานรายได้สูงขึ้นและการบริหารต้นทุน

4) ส่วนแบ่งขาดทุนบริษัทร่วมอยู่ที่ -45 ล้านบาท ขาดทุนลดลง YoY จากการหยุดรับรู้สายสีชมพูและสายสีเหลืองตั้งแต่ ไตรมาส 2/68 แต่ขาดทุนมากขึ้น QoQ จากการเริ่มรับรู้ผลขาดทุน JV ร่วมกับ NOBLE

เราคงกำไรปกติปี 69 ใกล้เคียงเดิมที่ 1.1 พันล้านบาท (+9% YoY) สำหรับแนวโน้มไตรมาส 1/69 เบื้องต้นประเมินกำไรจะชะลอ YoY จากไตรมาส 1/68 ที่มีเงินปันผล GULF แตี่ปีนี้จะรับรู้ในไตรมาส 2/68 และอ่อนตัว QoQ เป็นผลจากฐานสูงในไตรมาส 4/68 จากการเร่งงานบางโครงการ

คงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมาย 11.50 บาท อิง 2026E core PER 16x (-1SD below 5-yr average PER) จากแนวโน้มปี 69 ขยายตัวดีและบริษัทมีการรับงานใหม่ต่อเนื่อง นอกจากนี้ ประมาณการกำไรสุทธิยังมี upside จากการรับรู้การกลับสำรองโครงการ CFP จาก UJV เพิ่มเติม และเงินปันผลพิเศษจาก GULF อีกทั้งบริษัทประกาศกลับมาจ่ายปันผล 68 ที่ 0.55 บาท/หุ้น XD 9 มี.ค.

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 ก.พ. 69)