นักเศรษฐศาสตร์สหรัฐฯ จี้ทรัมป์เยียวยาครอบครัวอเมริกันแบกรับภาษีนำเข้าอ่วม

เจฟฟรีย์ แซคส์ นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังของสหรัฐฯ เรียกร้องให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เยียวยาครอบครัวชาวอเมริกันที่ต้องแบกรับต้นทุนจากมาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรเป็นวงกว้างของรัฐบาล หลังศาลฎีกามีคำตัดสินว่ามาตรการจัดเก็บภาษีดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์และผู้อำนวยการศูนย์เพื่อการพัฒนายั่งยืนแห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ระบุในบทความที่เผยแพร่บนเว็บไซต์ข่าวคอมมอน ดรีมส์ (Common Dreams) ในวันจันทร์ (23 ก.พ.) ว่า ภาษีดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ยุติธรรม และสร้างความเสียหายต่อชาวอเมริกัน “ไม่ใช่ต่างประเทศ แต่เป็นครอบครัวอเมริกันที่เป็นผู้จ่ายภาษีเหล่านี้”

สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า แซคส์อ้างถึงนักเศรษฐศาสตร์จากธนาคารกลางสหรัฐฯ สาขานิวยอร์ก, สถาบันคีลเพื่อเศรษฐกิจโลก (IfW Kiel) และสถาบันวิจัยอิสระอื่น ๆ ที่ชี้ว่า ผู้นำเข้า ธุรกิจ และผู้บริโภคอเมริกันเป็นผู้ที่ต้องแบกรับภาระภาษีนำเข้าอ่วม

แซคส์ย้ำว่า “รัฐบาลมีหน้าที่ต้องออกมาตรการเยียวยาต่อเรื่องนี้ คุณนำเงินไปแบบไม่ชอบด้วยกฎหมาย ตอนนี้ถึงเวลาชดใช้คืนแล้ว”

นอกจากนี้ เขาเผยว่า เมื่อปีที่แล้วมีการจัดเก็บรายได้จากภาษีศุลกากร ณ ท่าเรือสหรัฐฯ ราว 1.4 แสนล้านดอลลาร์ แต่ขณะเดียวกัน ครัวเรือนอเมริกันต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 1,000 ดอลลาร์หรือมากกว่านั้น เนื่องจากมาตรการภาษีดังกล่าว

“สำหรับครอบครัวที่ใช้ชีวิตแบบเดือนชนเดือน นี่ไม่ใช่เรื่องที่พูดเพียงลอย ๆ แต่มันคือค่าเช่าที่ตึงตัวจนถึงขีดสุด และคือค่าของกินของใช้ที่พุ่งสูงขึ้นในขณะที่ค่าจ้างไม่ขยับตามไปด้วย” แซคส์กล่าว

ทั้งนี้ ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีมติด้วยคะแนนเสียง 6-3 ประกาศยกเลิกมาตรการภาษีศุลกากรของปธน.ทรัมป์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (20 ก.พ.) โดยมีคำวินิจฉัยว่า ปธน.ทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขตในการกำหนดมาตรการภาษีโดยอาศัยกฎหมายที่สงวนไว้สำหรับภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ อย่างไรก็ตาม เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังคำตัดสิน ทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งกำหนดภาษีศุลกากร 10% สำหรับสินค้านำเข้าจากทุกประเทศ ก่อนที่จะปรับขึ้นอัตราภาษีดังกล่าวสู่ระดับ 15% ในวันต่อมา

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 ก.พ. 69)