MOSHI ปักธงปี 69 รายได้โตต่อ 15-20% จัดงบลงทุน 420 ลบ.เสริมแกร่งคลังสินค้าใหม่-ขยายเพิ่ม 35 สาขา

นายสง่า บุญสงเคราะห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น [MOSHI] กล่าวว่า ทิศทางธุรกิจปี 69 บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของรายได้ที่ 15-20% และรักษาอัตราการเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิม (SSSG) เฉลี่ย 3-5%

แม้ภาพรวมตลาดสินค้าไลฟ์สไตล์ (Lifestyle) จะมีการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นจากผู้เล่นรายใหม่ทั้งในและต่างประเทศ แต่บริษัทฯ เชื่อมั่นในศักยภาพการพัฒนาสินค้าให้ตรงความต้องการของผู้บริโภค และสอดรับกับเทรนด์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว (Market Trend) ควบคู่กับการยกระดับประสบการณ์ภายในร้านค้าเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความแตกต่างและรักษาความสามารถในการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ MOSHI วางงบลงทุนราว 420 ล้านบาท แบ่งเป็น ดำเนินธุรกิจปกติ 200 ล้านบาท และลงทุนสร้างคลังสินค้าแห่งใหม่ 220 ล้านบาท เพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต

พร้อมกันนี้ บริษัทตั้งเป้าขยายสาขาใหม่ 35 สาขาในปีนี้ แบ่งเป็นสาขา Standalone อย่างน้อย 5 สาขา โดยไตรมาส 1/69 เปิดไปแล้ว 3 สาขา ได้แก่ บิ๊กซี เคหะร่มเกล้า, บิ๊กซี หาดใหญ่ และโลตัส ประทุ่มแบน ส่งผลให้ ณ วันที่ 23 ก.พ.69 มีสาขาค้าปลีกและค้าส่งที่เปิดดำเนินการแล้วทั้งสิ้น 205 สาขา แบ่งเป็น ร้านค้าปลีกแบรนด์ Moshi Moshi จำนวน 197 สาขา เป็นรูปแบบ Standalone 12 สาขา, ร้านค้าส่งแบรนด์ Moshi Moshi 2 สาขา, ร้าน Garlic 4 สาขา ร้านค้าส่ง Giant 1 สาขา และร้านค้าส่ง The OK Station 1 สาขา ครอบคลุมพื้นที่ 68 จังหวัดทั่วประเทศไทย ตอกย้ำตำแหน่งผู้นำตลาดค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์รายใหญ่ของประเทศไทย

นางสาวศุภรดา โรจน์วัฒนะ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน MOSHI เปิดเผยถึงผลงานไตรมาส 4/68 สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างโดดเด่น โดยมีรายได้รวม 1,170.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ที่มีรายได้ 1,051.43 ล้านบาท และทำกำไรสุทธิ 242.57 ล้านบาท เติบโต 17.8% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 205.93 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิ (Net Margin) เพิ่มเป็น 20.7% ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมาอยู่ที่ 56.6% เพิ่มขึ้น 3.3 จุด เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 0.9 จุดเมื่อเทียบไตรมาสที่ผ่านมา (QoQ) สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนและและโครงสร้างสินค้าที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ความสำเร็จในไตรมาสนี้มีปัจจัยบวกจากการเข้าสู่ช่วงฤดูกาลจับจ่าย (High Season) ประกอบกับ MOSHI ได้ยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน โดยมุ่งเน้นการพัฒนาสินค้าคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ ควบคู่ไปกับการเกาะติดกระแสความนิยมของตลาดอย่างใกล้ชิด (Market Trend) ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่หลายพันรายการ การคัดเลือกผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้อย่างแม่นยำ ตลอดจนเดินหน้ากลยุทธ์สินค้าลิขสิทธิ์ระดับสากล (Character Licensing) ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง อาทิ Care Bears, We Little RIIZE, PEANUTS SNOOPY & FRIENDS, ZOOTOPIA และ STITCH ซึ่งช่วยสร้างความแตกต่างและดึงดูดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ ในเดือน ธ.ค.68 เพียงเดือนเดียว บริษัทฯ เดินหน้ากลยุทธ์เชิงรุกด้วยการขยายพอร์ตโฟลิโอสินค้าใหม่มากกว่า 2,000 SKUs ครอบคลุมสินค้าหลากหลายประเภทและดีไซน์ ตอบรับเทรนด์ Small Gift Exchange รวมถึงสินค้ากลุ่มเทศกาล (Seasonal Products) ทั้ง Halloween และ Christmas เพื่อกระตุ้นบรรยากาศการช้อปปิ้งและตอบโจทย์ความต้องการของขวัญในช่วงสิ้นปี

ขณะที่ทั้งปี 68 สามารถสร้างผลงานเติบโตได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ (New High) ต่อเนื่อง โดยมีรายได้รวม 3,682.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.7% YoY ที่มีรายได้รวม 3,127.90 ล้านบาท และสามารถทำกำไรสุทธิได้ 670.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.7% YoY ที่มีกำไรสุทธิ 520.68 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรสุทธิทำได้ 18.2% โดยมีอัตราการเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิม (SSSG) ตลอดปีอยู่ที่ 6.95% ซึ่งสัดส่วนรายได้หลักมาจากธุรกิจค้าปลีก 85% ธุรกิจค้าส่ง 13% และช่องทางอื่นๆ อีก 2%

หลายหมวดสินค้าของบริษัทล้วนมีสินค้าที่โดดเด่นและได้รับความนิยมจากผู้บริโภค โดยในแต่ละหมวดจะมีสินค้าขายดีที่แตกต่างกันไปตามช่วงเวลา เทรนด์ตลาด และพฤติกรรมการบริโภคที่เปลี่ยนแปลงในแต่ละฤดูกาล สะท้อนถึงความสามารถของบริษัทในการพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุดและทันท่วงทีรวมถึงการเปิดตัวสินค้ากลุ่ม DIY ที่ลูกค้าสามารถ Customize สินค้าได้ด้วยตนเอง ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม ควบคู่ไปกับความสำเร็จของการออกคอลเลกชันลิขสิทธิ์ที่มีชื่อเสียงมากมาย นอกจากนี้ ในปี 2568 บริษัทฯ ได้เปิดสาขาใหม่รวมทั้งสิ้น 38 สาขา แบ่งเป็นสาขาร้าน Moshi Moshi 37 สาขา (ในรูปแบบ Standalone 7 สาขา) และร้าน Garlic 1 สาขา นับเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 ก.พ. 69)