
แรงเทขายหุ้นจากความกังวลเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI Scare Trade ได้กลับมาปะทุขึ้นอีกครั้งในวันจันทร์ (23 ก.พ.) และได้ฉุดตลาดวอลล์สตรีทดิ่งลงอย่างหนักในวันดังกล่าว โดยดัชนีดาวโจนส์, S&P500 และ Nasdaq ต่างก็ปิดตลาดร่วงลงกว่า 1% หลังจาก Citrini Research ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จัก ได้เปิดเผยรายงานที่ชื่อ “The 2028 Global Intelligence Crisis” ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
Citrini Research เผยฉากทัศน์ AI เสี่ยงกระทบธุรกิจ – การจ้างงาน
รายงาน “The 2028 Global Intelligence Crisis” ของ Citrini Research ได้นำเสนอฉากทัศน์ด้านความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับภาคส่วนต่าง ๆ ของระบบเศรษฐกิจโลก โดยใช้สถานการณ์สมมติที่กำหนดขึ้นว่าอาจจะเกิดขึ้นในอนาคต และระบุอย่างเจาะจงว่า ธุรกิจบริการส่งอาหารและบริษัทบัตรเครดิตเป็นกลุ่มที่จะเผชิญกับปัญหา
Citrini Research นำเสนอสถานการณ์จำลองที่กำหนดไว้ในเดือนมิ.ย. 2571 โดยระบุว่าภาวะชะงักงันที่เป็นผลมาจาก AI จะทำให้เกิดการว่างงานจำนวนมากในกลุ่มพนักงานออฟฟิศ อีกทั้งทำให้การใช้จ่ายของผู้บริโภคลดลง ก่อให้เกิดการผิดนัดชำระหนี้สินเชื่อที่ปล่อยให้กับบริษัทซอฟต์แวร์ และเกิดการหดตัวทางเศรษฐกิจ
อาลาป ชาห์ ผู้ร่วมเขียนรายงานดังกล่าวของ Citrini Research ประเมินว่า AI อาจทำให้การจ้างงานพนักงานออฟฟิศลดลง 5% ในช่วง 18 เดือนข้างหน้า ส่วนในช่วง 5 ปีต่อจากนี้ การจ้างงานพนักงานออฟฟิศในสหรัฐฯ จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญถึงผลกระทบของ AI โดยสาเหตุที่ทำให้ผลกระทบในสหรัฐฯ ปรากฏเร็วที่สุดเพราะตลาดแรงงานมีความยืดหยุ่นสูง ซึ่งเขากล่าวว่า “การเลิกจ้างพนักงานทำได้ง่ายกว่าหลายประเทศ”
แนะรัฐบาลเรียกเก็บภาษี AI
ในช่วงหนึ่งของรายงาน “The 2028 Global Intelligence Crisis” อาลาป ชาห์ได้แนะนำให้รัฐบาลพิจารณาการเก็บภาษี AI เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการตกงานเป็นวงกว้าง โดยระบุว่า ยิ่ง AI ฉลาดมากขึ้นเท่าใด มันก็ยิ่งสามารถเข้ามาแทนที่งานได้มากขึ้นเท่านั้น ซึ่งผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายของผู้บริโภคเช่นนี้จะทำให้เศรษฐกิจตกอยู่ในภาวะที่อันตราย พร้อมกับกล่าวเสริมว่า รัฐบาลควรพิจารณานโยบายต่าง ๆ เช่น การเก็บภาษีจากกำไรส่วนเพิ่มหรือกำไรลาภลอยที่ได้มาจาก AI
ขณะเดียวกัน อาลาป ชาห์มองว่า กลุ่มผู้ผลิตชิป ธุรกิจศูนย์ข้อมูล และห้องปฏิบัติการพื้นฐานด้าน AI เป็นผู้ได้รับประโยชน์หลักจากการซื้อขายในกลุ่ม AI ส่วนธุรกิจที่มีความเสี่ยงคือธุรกิจตัวกลางอย่างบริษัทประกันภัยและธนาคาร
หุ้นร่วงเป็นวงกว้าง หลัง Citrini Research ออกรายงานเตือนความเสี่ยง AI
รายงานดังกล่าวถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนเกี่ยวกับภาวะชะงักงันทางเทคโนโลยี และจุดปะทุให้เกิด AI Scare Trade ในตลาดวอลล์สตรีทในวันจันทร์ โดยดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีของตลาดวอลล์สตรีทต่างก็ร่วงลงกว่า 1% ขณะที่กองทุน ETF ที่เน้นกลุ่มซอฟต์แวร์ดิ่งลง 4.8% ท่ามกลางความกังวลว่า AI อาจบั่นทอนกำไรของบริษัทในภาคส่วนนี้ นอกจากนี้ ความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบ AI ยังได้ทุบหุ้นบริษัทในกลุ่มบริการส่งสินค้า และการชำระเงิน ร่วงลงอย่างหนักด้วย
หุ้น International Business Machines (IBM) ปิดตลาดร่วงลง 13% ซึ่งเป็นการดิ่งลงรุนแรงที่สุดในรอบ 25 ปี ขณะที่หุ้นของ DoorDash Inc., หุ้น American Express Co., หุ้น KKR & Co Inc. และหุ้น Blackstone Inc. ต่างก็ร่วงลงอย่างน้อย 6%
ส่วนหุ้นของบริษัทอื่น ๆ รวมถึง Uber Technologies Inc., หุ้น Mastercard Inc., หุ้น Visa Inc., หุ้น Capital One Financial Corp. และหุ้น Apollo Global Management Inc. ต่างก็ร่วงลงอย่างน้อย 4%
นักวิเคราะห์เตือนตลาดมีปฏิกิริยาต่อรายงานของ Citrini Research มากเกินไป
แม้ Citrini Research ระบุอย่างชัดเจนว่า รายงาน “The 2028 Global Intelligence Crisis” เป็นสถานการณ์จำลอง ไม่ใช่การคาดการณ์ แต่ตลาดวอลล์สตรีทก็ร่วงลงอย่างหนัก ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้นเอเชียในวันนี้ด้วย
ด้านนักวิเคราะห์ ซึ่งรวมถึงนักยุทธศาสตร์การตลาดจาก Jonestrading เตือนว่า ตลาดมีปฏิกิริยาต่อรายงานฉบับนี้มากจนเกินไป และดูเหมือนว่าจะเป็นการประเมินความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ AI สูงเกินไปในขณะนี้ โดยนักยุทธศาสตร์กล่าวว่า นี่เป็นปฏิกิริยาที่มากเกินไปอย่างเห็นได้ชัด ทั้งที่ก่อนหน้านี้นักลงทุนในตลาดสามารถรับมือกับข่าวในแง่ลบ แต่รายงานซึ่งเป็นเพียงการจำลองสถานการณ์ฉบับนี้กลับทำตลาดหุ้นร่วงลงอย่างรุนแรง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 ก.พ. 69)





