
นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้มอบหมายให้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ร่วมกับ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ และ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือ สภาพัฒน์ ติดตามสถานการณ์การปรับขึ้นภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ของสหรัฐอเมริกาอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งประเมินผลกระทบต่อภาคการส่งออกและเศรษฐกิจไทยในภาพรวม เพื่อเตรียมมาตรการรองรับอย่างเหมาะสมและทันท่วงที
หลังจากที่ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ได้มีคำวินิจฉัยให้ยกเลิกการจัดเก็บภาษีนำเข้าที่ออกตามกฎหมายอำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจ โดยเห็นว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่งผลให้มาตรการภาษีเดิมที่เคยประกาศเรียกเก็บจากหลายประเทศ รวมถึงไทยในอัตรา 19% ถูกยกเลิก
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกคำสั่งใหม่ โดยใช้อำนาจตามมาตรา 122 แห่งกฎหมายการค้าของสหรัฐฯ กำหนดจัดเก็บภาษีนำเข้าจากทุกประเทศทั่วโลกในอัตรา 15% เป็นการชั่วคราว และมีผลใช้บังคับได้ไม่เกิน 150 วัน แม้อัตราภาษีดังกล่าวจะต่ำกว่าเดิม แต่หลายฝ่ายประเมินว่าอาจส่งผลกระทบต่อการค้าโลก โดยเฉพาะภาคการส่งออกของประเทศคู่ค้า
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 ก.พ. 69)





