SCBAM มั่นใจ AUM ปี 69 ทะลุ 2 ล้านลบ. เป้าลูกค้า 1 ล้านราย มองหุ้นไทยสิ้นปี 1,600 จับตานโยบายรบ.

นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.ไทยพาณิชย์ (SCBAM) เปิดเผยว่า ทิศทางการลงทุนในปี 69 มองว่า สินทรัพย์เสี่ยงมีโอกาสกลับมาดีขึ้น ตลาดหุ้นโลกฟื้นตัว เริ่มเห็นตลาดเอเชียรีบาวด์ ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ธนาคารกลางน่าจะปรับลดดอกเบี้ยได้อีก

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมามูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ของ SCBAM ไม่หวือหวา และเนื่องจากขนาดสินทรัพย์ที่บริหารมีขนาดใหญ่ ทำให้บริษัทต้องระมัดระวังอย่างรอบคอบ แต่ในปีนี้ทิศทางการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงมีโอกาสมากขึ้น คาดว่าปีนี้ AUM ของ SCBAM ทะลุ 2 ล้านล้านบาทได้แน่นอน จากปีก่อน 1.98 ล้านล้านบาท ซึ่งมีการโยกย้ายของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพขนาดหมื่นล้านบาทออกไป แต่ไม่ได้กระทบกับรายได้ของ SCBAM ที่เติบโต 10%ในปีก่อน

ขณะที่วางเป้าหมายจำนวนผู้ลงทุนจะแตะ 1 ล้านรายในปีนี้จากปัจจุบันมี 8 แสนราย ซึ่งที่ผ่านมาได้พัฒนาโซลูชันการลงทุนที่สอดคล้องกับทิศทางตลาดและความต้องการของผู้ลงทุนทุกระดับด้ว่ยการให้ข้อมูลที่แม่นยำและเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อส่งมอบประสบการณ์การลงทุนที่ยั่งยืน อีกทั้งยกระดับการลงทุนผ่านแอปพลิเคชั่นที่มีความยืดหยุ่นและปลอดภัย และพัฒนาศูนย์บริการผู้ลงทุนและช่องทางดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเข้าถึงบริการ โดยในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมามียอดผู้สมัครใหม่ที่ส่วนใหญ่เป็นกลุ่ม First jobber นักศึกษา อายุเฉลี่ย 30 กว่าปีทำให้มียอดสมัครแล้ว 1 แสนราย และคาดว่าจะมากขึ้นเรื่อยๆ

นายณรงค์ศักดิ์ ยังกล่าวว่า ประมาณกลางปี 69 น่าจะเกิดกองทุนสินทรัพย์ดิจิทัล ETF หลังจากที่เห็นเกณฑ์สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ปรับเกณฑ์ให้ Custody ให้อยู่ในประเทศไทยเพื่อความปลอดภัย ถ้าเกิดได้จริง ก็จะเป็น Chapter ใหม่ของบลจ.ในไทย ที่จะมีสินทรัพย์ที่ลงทุนได้หลากหลายขึ้น

 

*ให้เป้า SET สิ้นปี 69 ที่ 1,600 จุดหากรบ.ใหม่ผลักดันศก.โต3%

สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยปีนี้ นางนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส กล่าวว่า ดัชนี SET ขึ้นมามากหลังเลือกตั้งที่มีผลเลือกตั้งพรรคภูมิใจไทยแลนด์สไลด์ ซึ่งเป็นไปตามสถิติหลัง 1 เดือนการเลือกตั้งตลาดหุ้นจะปรับตัวขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ SCBAM คาดไว้ดัชนี SET ที่ 1,470 จุด P/E 15.1 เท่า หลังจากนี้ต้องรอดูนโยบายของรัฐบาลก็จะเข้ามาช่วยกระตุ้น้เศรษฐกิจไทยโต 3% อย่างที่หาเสียงไว้หรือไม่ เป็นนโยบายที่จับต้องได้ และถูกใจนักลงทุนหรือไม่ ก็จะทำให้ตลาดหุ้นไทยคึกคักยิ่งขึ้น โดยให้เป้าหมายดัชนี SET ปลายปีนี้ที่ 1,600 จุด (กรณี Best case) ขณะที่ downside ดัชนี SET มองไว้ 1,270 จุด แต่ระยะสั้นพักตัว และอยู่ในช่วงประกาศจ่ายเงินปันผล จะมีการขึ้น XD อาจจะทำให้ตลาดแผ่วลงไป โดยมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend yield) หุ้นไทยที่ 3.7-3.8%

นางนันท์มนัส กล่าวว่า หุ้นไทยวันนี้ขับเคลื่อนด้วยกระแสเงินทุนต่างชาติ (Fund Flow) ซึ่ง YTD อยู่ที่ 5 หมื่นล้านบาท และเชื่อว่า Fund Flow ยังไหลเข้ามา น่าจะเป็น Sentiment ที่ดี และคาดจะมีโมเมนตัมดีจากตัวเลขส่งออก นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เพิ่มขึ้น และจับตาการอัพเกรด EPS Growth ในระยะถัดไป ทั้งนี้เห็นว่าหลังไตรมาส 1/69 น่าจะเห็นความชัดเจนของแนวโน้มกำไรของบริษัทจดทะเบียน

ทั้งนี้ SCBAM ปรับน้ำหนักหุ้นไทยเป็น slightly overweight จากเดิม Neutral

 

*ธีมลงทุน AI- เอเชีย-ญี่ปุ่น เด่น ส่วนทองยังไปต่อ

SCBAM มอง 3 ธีมการลงทุนสำคัญต่อจากนี้

  1. AI Dominance เทคโนโลยี AI ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยห่วงโซ่มูลค่าขยายจากเซมิคอนดักเตอร์สู่คลาวด์ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และซอฟต์แวร์ ขณะที่อุปทานชิปยังตึงตัวและการลงทุนของผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ช่วยหนุนการเติบโตของระบบนิเวศ AI โดยมองว่า จากที่การลงทุนส่วนใหญ่ไปที่ Mag7 จะ Rotate ไปสู่กลุ่ม Semiconductor อย่าง ASML, NVDIA , Samsung , TSMC เป็นต้น
  2. Asia & Japan Catch-up ตลาดเอเชียและญี่ปุ่นมีศักยภาพโดดเด่นจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ นโยบายกระตุ้นอุปสงค์ กำไรบริษัทที่เติบโต และระดับมูลค่าหุ้นที่ยังน่าสนใจรวมถึงแรงหนุนจากเงินทุนไหลเข้ามาในช่วงดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า ทั้งนี้ เห็นว่าญี่ปุ่นจะมีการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ หลังจากเห็นการเติบโตของค่าแรง เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นจากเงินฝืด รวมถึงการมีรัฐบาลใหม่ที่ชนะแบบแลนด์สไลด์ มองตลาดญี่ปุ่นเป็น Top Pick
  3. De-Dollarization แนวโน้มลดการพึ่งพาเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ช่วยหนุนบทบาททองคำและสินทรัพย์ดิจิทัล โดยธนาคารกลางทั่วโลกเพิ่มการถือครองทองคำต่อเนื่อง ขณะที่สินทรัพย์ดิจิทัลได้รับความสนใจมากขึ้น อย่างบิทคอยท์ อาจจะเป็น Digital gold ที่ราคาขึ้นกับดีมานด์ซัพพลาย ทั้งนี้แนะให้เพิ่มสัดส่วนถือทองคำเป็น 10-15% จากเดิม 55

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 ก.พ. 69)

ข่าวล่าสุด