
ซีเค ฮัทชิสัน (CK Hutchison) กลุ่มบริษัทยักษ์ใหญ่ของฮ่องกง เปิดเผยในวันนี้ (24 ก.พ.) ว่า ทางการปานามาขู่ที่จะดำเนินคดีอาญากับพนักงานของบริษัท หากฝ่าฝืนคำสั่งไม่ออกจากพื้นที่ท่าเรือยุทธศาสตร์ 2 แห่งบริเวณคลองปานามา ซึ่งกำลังเป็นศูนย์กลางข้อพิพาททางกฎหมายที่ลุกลามบานปลายกลายเป็นประเด็นตึงเครียดระหว่างรัฐบาลจีนกับสหรัฐฯ
ซีเค ฮัทชิสัน ระบุด้วยว่า การตัดสินใจของปานามาในการยกเลิกสัญญาเช่าบริหารท่าเรือหลัก และการมอบใบอนุญาตชั่วคราวให้แก่บริษัทเมอส์ก (Maersk) และเมดิเตอร์เรเนียน ชิปปิ้ง (MSC) เป็นความกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยบริษัทกำลังพิจารณาดำเนินการทางกฎหมายทั้งในระดับประเทศและระหว่างประเทศเพื่อตอบโต้
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันจันทร์ (23 ก.พ.) รัฐบาลปานามาได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาถึงคำตัดสินของศาลฎีกาที่ให้ยกเลิกสัญญาบริหารท่าเรือที่ถือครองโดยบริษัท ปานามา พอร์ต คอมพานี (PPC) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของซีเค ฮัทชิสัน ส่งผลให้การยกเลิกสิทธิสัมปทานท่าเรือบัลบัว (Balboa) และกริสโตบัล (Cristobal) ที่บริษัทดำเนินงานมานานเกือบ 30 ปี มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย
คำตัดสินของศาลปานามามีขึ้นในช่วงเวลาที่การแข่งขันระหว่างสหรัฐฯ กับจีนเหนือเส้นทางการค้าโลกกำลังทวีความรุนแรงขึ้น โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นชัยชนะของรัฐบาลวอชิงตัน ซึ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามผลักดันเพื่อลดอิทธิพลของจีนในคลองปานามา ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งสินค้าทางเรือถึงราว 5% ของการค้าโลก
ซีเค ฮัทชิสัน เผยว่า เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ปานามาได้บุกเข้าพื้นที่ของท่าเรือทั้งสองแห่งเพื่อไล่พนักงานของ PPC ออกจากพื้นที่ พร้อมขู่ดำเนินคดีอาญาหากขัดขืน และสั่งห้ามพนักงานติดต่อกับทางบริษัทต้นสังกัด
“ซีเค ฮัทชิสัน ถือว่าคำตัดสิน คำสั่งฝ่ายบริหาร และการอ้างสิทธิ์ในการยุติสัมปทาน รวมถึงการเข้ายึดครองสถานีขนส่งสินค้านั้นเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย” แถลงการณ์ที่ยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงระบุ พร้อมกับเสริมว่า การกระทำของรัฐบาลปานามายังสร้างความเสี่ยงร้ายแรงต่อการดำเนินงาน สุขภาพ และความปลอดภัยในท่าเรือทั้งสองแห่งด้วย
สถานการณ์ตึงเครียดดังกล่าวส่งผลให้ราคาหุ้นของซีเค ฮัทชิสัน ที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง ปรับตัวลดลง 1.9% ในการซื้อขายวันนี้ ขณะที่ดัชนีฮั่งเส็งร่วงลง 1.9% เช่นกัน
ขณะเดียวกัน รัฐบาลฮ่องกงได้ออกแถลงการณ์แยกอีกฉบับ แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงและคัดค้านการเข้ายึดครองของปานามา พร้อมเรียกร้องให้ทางการปานามาเคารพเจตนารมณ์ของสัญญาและสร้างบรรยากาศทางธุรกิจที่เป็นธรรม
ทั้งนี้ องค์การการเดินเรือแห่งปานามา (AMP) ได้เข้ายึดครองพื้นที่ท่าเรือทั้งสองตามกฤษฎีกาเพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยรัฐบาลได้อนุมัติสัญญาเช่าชั่วคราวระยะเวลาสูงสุด 18 เดือนให้กับเอพีเอ็ม เทอร์มินัลส์ ปานามา (APM Terminals Panama) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของเมอส์ก เข้าบริหารท่าเรือบัลบัว และทีไอแอล ปานามา (TIL Panama) ในเครือ MSC เข้าบริหารท่าเรือกริสโตบัล
ด้านประธานาธิบดี โฮเซ ราอูล มูลีโน แห่งปานามา แถลงผ่านโทรทัศน์เมื่อบ่ายวันจันทร์ว่า การออกสัญญาชั่วคราวนี้เป็น “กลไกที่ถูกต้องตามกฎหมายและเคารพกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน” พร้อมย้ำชัดว่า นี่ไม่ใช่การยึดหรือเวนคืนทรัพย์สิน แต่เป็นการเข้าไปใช้ประโยชน์เพื่อรับประกันว่าท่าเรือจะสามารถดำเนินงานต่อไปได้ จนกว่าจะมีการประเมินมูลค่าที่แท้จริงเพื่อดำเนินการขั้นต่อไป
อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวนี้อาจส่งผลให้แผนการขายสินทรัพย์ท่าเรือหลายสิบแห่งทั่วโลกมูลค่า 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐของซีเค ฮัทชิสัน ซึ่งรวมถึงท่าเรือในปานามา ให้กับกลุ่มทุนที่นำโดยแบล็คร็อค (BlackRock) และ MSC ต้องหยุดชะงักลง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (24 ก.พ. 69)





