
สตีฟ วิตคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า รัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการให้ข้อตกลงนิวเคลียร์ฉบับใหม่ใด ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต มีผลบังคับใช้อย่างไม่มีกำหนด
เว็บไซต์ข่าวแอกซิออส (Axios) รายงานในวันพุธ (25 ก.พ.) ว่า วิตคอฟฟ์กล่าวระหว่างงานพบปะส่วนตัวที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เมื่อวันอังคารว่า “เราเริ่มหารือกับอิหร่านด้วยเงื่อนไขเบื้องต้นว่าจะต้องไม่มีข้อกำหนดเรื่องการสิ้นสุดอายุข้อตกลง (sunset provision) ไม่ว่าเราจะบรรลุข้อตกลงได้หรือไม่ก็ตาม หลักการของเราคือ พวกคุณ (อิหร่าน) จะต้องทำตัวให้ดีไปตลอดชีวิต”
วิตคอฟฟ์กล่าวว่า ประเด็นสำคัญ 2 ประการในการเจรจานิวเคลียร์ที่กำลังดำเนินอยู่ขณะนี้คือ ขีดความสามารถของอิหร่านในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม และชะตากรรมของคลังยูเรเนียมที่ได้รับการเสริมสมรรถนะแล้วซึ่งอิหร่านครอบครองอยู่ในปัจจุบัน
วิตคอฟฟ์กล่าวเสริมว่า ปัจจุบัน การเจรจามุ่งเน้นไปที่โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม หากบรรลุข้อตกลงกันได้ ทำเนียบขาวก็จะหาทางเจรจาต่อยอดเกี่ยวกับโครงการขีปนาวุธของอิหร่าน ตลอดจนประเด็นการสนับสนุนเครือข่ายกองกำลังติดอาวุธตัวแทนต่อไป
ทั้งนี้ ภายใต้ข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2558 ที่บรรลุในสมัยอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา ข้อจำกัดส่วนใหญ่ต่อโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านมีกำหนดจะสิ้นสุดลงในช่วง 8-25 ปีหลังจากลงนามในข้อตกลง โดยอิหร่านยังได้ให้คำมั่นว่าจะไม่เดินหน้าแสวงหาอาวุธนิวเคลียร์โดยเด็ดขาด
รายงานที่อ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า ปธน.ทรัมป์ ซึ่งเป็นผู้ยกเลิกข้อตกลงปี 2558 อาจเปิดกว้างให้อิหร่านสามารถเสริมสมรรถนะยูเรเนียมได้ “ในระดับเชิงสัญลักษณ์” หากอิหร่านพิสูจน์ได้ว่าสิ่งนี้จะไม่นำไปสู่การพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ โดยเจ้าหน้าที่ตั้งข้อสังเกตว่า ขณะนี้อิหร่านกำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากกลุ่มผู้ไกล่เกลี่ย ได้แก่ โอมาน กาตาร์ อียิปต์ และตุรกี เพื่อให้เดินหน้าสู่การบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ ซึ่งจะช่วยหลีกเลี่ยงการเกิดสงครามได้
สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า การเจรจารอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านมีกำหนดจัดขึ้นในวันพฤหัสบดี (26 ก.พ.) ที่นครเจนีวา โดยคาดว่าจะมุ่งเน้นไปที่โครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน รวมถึงระดับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม และการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร
ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ส่งกำลังทหารจำนวนมากเข้าไปยังตะวันออกกลาง ขณะที่ปธน.ทรัมป์ได้ออกมาเตือนเมื่อวันจันทร์ (23 ก.พ.) ว่า เขาต้องการบรรลุข้อตกลงกับอิหร่านมากกว่า แต่หากไม่สามารถตกลงกันได้ “มันจะเป็นวันที่เลวร้ายมาก” สำหรับอิหร่าน ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณถึงความเป็นไปได้ที่สหรัฐฯ อาจใช้ปฏิบัติการทางทหาร
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ก.พ. 69)





