WHAUP แจงปี 68 กำไรหลักยังแกร่งแม้ Bottom Line วูบเซ่นพิษ FX-ต้นทุนก๊าซ ปักธงเข้าปีทอง Data Center

บมจ.ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ [WHAUP] แจ้งผลการดำเนินงานปี 68 มีรายได้และส่วนแบ่งกำไรปกติจำนวน 4,153 ล้านบาท มีกำไรปกติ (Normalized Net Profit) 1,173 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% YoY และมีกำไรสุทธิ ซึ่งรวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 1,016 ล้านบาท ลดลง 9% YoY ปัจจัยหลักของการเติบโตมาจากการรับรู้รายได้ค่าธรรมเนียมการใช้น้ำ (Capacity Charge) จากกลุ่มลูกค้า Data Center และ รวมถึงรายได้จากธุรกิจไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่เติบโตอย่างโดดเด่น

นายอัครินทร์ ประเทืองสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร WHAUP เปิดเผยว่า สำหรับภาพรวมธุรกิจสาธารณูปโภค (น้ำ) ในปี 68 มีรายได้รวมทั้งสิ้น 2,647 ล้านบาท เติบโต 9% YoY โดยมีปัจจัยหลักจากการรู้รายได้ค่าธรรมเนียมการใช้น้ำ (Capacity Charge) จากกลุ่มลูกค้าใหม่โดยเฉพาะกลุ่ม Data Center ที่ได้เซ็นสัญญาไปในช่วงปีที่ผ่านมา บริษัทคาดว่าจะรับรู้รายได้ค่าธรรมเนียมการใช้น้ำจากลูกค้า Data Center อย่างต่อเนื่องในปี 69 นี้ ทั้งจากสัญญาเดิมที่ได้เซ็นไปในปีก่อน และสัญญาใหม่ที่คาดว่าจะเซ็นเพิ่มในปีนี้ พร้อมทั้งจะรับรู้รายได้จากการจำหน่ายน้ำเพิ่มเติมเมื่อลูกค้ากลุ่ม Data Center เหล่านี้เปิดดำเนินงานในอนาคต

ในขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนของธุรกิจน้ำในประเทศเวียดนามยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยบริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการ Duong River ในปี 68 จำนวน 92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับปี 67

สำหรับแผนธุรกิจด้านสาธารณูปโภค บริษัทยังคงเน้นการขยายฐานการให้บริการน้ำครบวงจร เพื่อรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม และสอดคล้องกับการเติบโตของนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ โดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูล (Data Center) ซึ่งจะเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่สำคัญในระยะถัดไป ควบคู่กับการพัฒนา Smart Water Platform และโซลูชันด้านสิ่งแวดล้อมที่ทันสมัย รวมทั้งยกระดับมาตรฐาน ESG ผ่านแนวคิด Water Positive เพื่อสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero อย่างเป็นรูปธรรม

ด้านธุรกิจพลังงาน ในส่วนของธุรกิจพลังงานไฟฟ้าแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ในปี 68 มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายได้จากสัญญา Private PPA ทั้งสิ้น 507 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% YoY จากการเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์

ณ สิ้นปี 68 บริษัทมีการลงนามในสัญญาโครงการ Solar Private PPA สะสมทั้งสิ้น 350 เมกะวัตต์ และมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ารวมตามสัดส่วนการถือหุ้นจากโรงไฟฟ้าทุกประเภทอยู่ที่ราว 1,026 เมกะวัตต์ ซึ่งแบ่งเป็นกำลังการผลิตไฟฟ้าที่ดำเนินการแล้วจำนวน 715 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างการก่อสร้างและพัฒนา จำนวน 311 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ยังได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อจัดหาพลังงานไฟฟ้าสะอาดกับลูกค้ากลุ่ม Data Center หลายรายในปีที่ผ่านมา

ในส่วนของส่วนแบ่งกำไรปกติจากธุรกิจไฟฟ้าในปี 68 บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไรปกติจำนวน 762 ล้านบาท ลดลง 11% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้า SPP ที่ลดลงจากการบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษจากการชำระเงินส่วนต่างจากการตรึงราคาค่าก๊าซธรรมชาติในอดีต ทำให้มีต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาส 2/68 รวมถึงในปี 68 โรงไฟฟ้า SPP มีค่าใช้จ่ายทางภาษีเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ในปี 67 กลุ่มโรงไฟฟ้า SPP มีการรับรู้รายได้ชดเชยจากการประกันภัย

สำหรับแผนธุรกิจด้านพลังงาน บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายพอร์ตพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง รองรับอานิสงส์ Direct PPA และแนวโน้มเปิดเสรีไฟฟ้า พร้อมทั้งนำเทคโนโลยี AI และ Data Analytics มาใช้ในการพยากรณ์และบริหารจัดการระบบไฟฟ้า เพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่ลูกค้า และสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อหาโอกาสการลงทุนขยายพอร์ตโฟลิโอพลังงานหมุนเวียน

 

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ก.พ. 69)