NETBAY รูดหนัก 20% กำไร Q4/68 หดตามรายได้ ต้นทุนกดดันมาร์จิ้น,Upside เริ่มจำกัด

เมื่อเวลา 10.57 น. NETBAY ร่วง 20.58% ลดลง 5.00 บาท มาที่ 19.30 บาท มูลค่าการซื้อขาย 155.51 ล้านบาท จากราคาเปิด 21.50 บาท ราคาสูงสุด 21.50 บาท และราคาต่ำสุด 18.90 บาท

บล.บียอนด์ ระบุว่า บมจ.เน็ตเบย์ [NETBAY] รายงานกำไรในไตรมาส 4/68 อยู่ที่ 55 ล้านบาท (-14% YoY, -15% QoQ) ปรับตัวลดลงมาจาก 2 สาเหตุหลัก 1. รายได้ชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 167 ล้านบาท (-2% YoY, -4% QoQ) และ 2. อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงเหลือ 69% จาก 70% ในไตรมาส 3/68 และ 82% ในไตรมาส 4/67 เนื่องจากบริษัทมีต้นทุนการเชื่อมต่อข้อมูล ทำให้ต้นทุนให้บริการปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่ด้านค่าใช้จ่าย SG&A เพิ่มมาอยู่ที่ 47 ล้านบาท (-23% YoY, +11% QoQ) เนื่องจากค่าใช้จ่ายด้านการให้บริการเร่งตัวขึ้นในเชิง QoQ แต่ในเชิง YoY ลดลงจากค่าใช้จ่ายด้านการบริหารที่ปรับตัวลดลง

ภาพรวมปี 68 บริษัทมีกำไรสุทธิ 266 ล้านบาท เติบโต 23% YoY สอดคล้องกับรายได้ที่ขยายตัว 25% สู่ระดับ 728 ล้านบาท ปัจจัยหนุนหลักมาจากการปรับอัตราค่าบริการในกลุ่ม e-Logistics เพิ่มขึ้น และการรับรู้รายได้งานโครงการ

อย่างไรก็ตาม GPM ลดลงมาอยู่ที่ 73% จาก 80% ในปี 67 เนื่องจากต้นทุนการให้บริการที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมต่อข้อมูลและโครงสร้างระบบ สำหรับปี 69 เราประเมินว่า GPM จะอยู่ที่ระดับประมาณ 70-75% ใกล้เคียงกับระดับใน ไตรมาส 3-4/68 สะท้อนผลกระทบต้นทุนการเชื่อมต่อระบบที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ ไตรมาส 2/68

เราเริ่มเห็นพัฒนาการเชิงโครงสร้างของกลุ่มบริษัทมีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยการนำความสามารถหลักด้านฐานข้อมูลของ บมจ.ดิทโต้ (ประเทศไทย) [DITTO] และการพัฒนาแพลตฟอร์มมาต่อยอดสู่การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างภาคเอกชนและภาครัฐของ NETBAY มาใช้ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งถือเป็นการวางรากฐานเชิงกลยุทธ์ที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับ Ecosystem การให้บริการของทั้ง DITTO และ NETBAY ในระยะกลางถึงยาว ทั้งนี้การร่วมพัฒนาแพลตฟอร์ม E-VRT (VAT Refund for Tourists) ระบบขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับนักท่องเที่ยวในรูปแบบดิจิทัลครบวงจร สะท้อนกลยุทธ์ความร่วมมือระหว่าง 2 บริษัท

เราปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 69-70 ที่ระดับ 315 ล้านบาท และ 375 ล้านบาท ตามลำดับ เชื่อว่ารายได้จะปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้งรายได้ประจำและรายได้งานพัฒนาแพลตฟอร์มจาก SYNERGY กับ DITTO เพิ่มขึ้น โดยการประกาศความร่วมมือแพลตฟอร์ม E-VRT และเราเชื่อว่า NETBAY มีโอกาสสูงจะได้รับงานพัฒนาแพลตฟอร์มจากทาง DITTO เพิ่ม เนื่องจากมีความเชี่ยวชาญด้านพัฒนาแพลตฟอร์มการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างภาคเอกชนและภาครัฐ

เราปรับคำแนะนำเป็น “ถือ” จาก “ซื้อ” ที่ราคาเป้าหมาย 25.00 บาท จาก 24.00 บาท อ้างอิงวิธีประเมินมูลค่า PER ที่ 16.0 เท่า ปี 2569 เนื่องจากราคาปรับตัวเพิ่มขึ้นจนมี upside จำกัด บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังที่ 0.8 บาทต่อหุ้น รวมปันผลทั้งปี 68 จะอยู่ที่ 1.20 บาท คิดเป็น Dividend yield ที่ 4.9% ณ ราคาปิดวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 6 พฤษภาคม 2569 และจ่ายปันผลวันที่ 20 พฤษภาคม 2569

โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ก.พ. 69)