
นายธัชพล ชลวัฒนสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เฮลท์ลีด [HL] เปิดเผยว่า แผนธุรกิจปี 2569 กลุ่มบริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 15% จากยอดขายเต็มปีของผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เปิดตัวในปี 2568 พร้อมเดินหน้าขยายสาขาเพิ่มอีก 14 แห่ง และพัฒนาผลิตภัณฑ์นวัตกรรม ทั้งในกลุ่มอาหารเสริมที่มีการเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึม (Bioavailability Enhancer), ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว และสมุนไพรลดการสะสมเชื้อไวรัส อย่าง สเปรย์พ่นปาก-จมูก MOUTH SPRAY & NASAL SPRAY “แบรนด์ Q” ซึ่งได้รับรางวัลในเวทีระดับนานาชาติ รวมถึงการนำเข้าอุปกรณ์การแพทย์เพิ่มเติม
ปัจจุบัน HL ยังคงเดินหน้าขยายฐานลูกค้า ด้วยสินค้ากว่า 10,000 รายการ ครอบคลุมทั้งยา เวชภัณฑ์ เวชสำอาง อาหารเสริม อุปกรณ์การแพทย์ และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ รองรับดีมานด์ผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ
สำหรับผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทปี 2568 มีรายได้รวม 2,269.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.49 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมีรายได้รวม 2,017.89 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 77.86 ล้านบาท ลดลง 0.52% YoY
ขณะที่ไตรมาส 4/68 มีรายได้รวม 577.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.12% จากงวดเดียวกันปีก่อนมีรายได้รวม 538.92 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 27.83 ล้านบาท ลดลง 10.79% YoY เป็นผลมาจากผลกำไรอื่นและรายได้ทางการเงินลดลง เป็นผลกระทบจากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็นระยะ ๆ ทำให้ตลาดคาดการณ์ดอกเบี้ยนโยบายผ่อนคลาย ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ระยะสั้นปรับตัวลง อย่างไรก็ดี กำไรสุทธิในไตรมาส 4/68 เพิ่มขึ้น 118.00% เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 3/68 ซึ่งเป็นไปตามฤดูกาลของธุรกิจ
“ผลการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง รายได้จากการขายสินค้าแบ่งตามกลุ่มผลิตภัณฑ์ยังเติบโตทุกกลุ่มเมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยกลุ่มสินค้าสุขภาพสำหรับการใช้ภายนอกร่างกายยังคงมีอัตราการเติบโตสูงสุดที่ 18.71% ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายระยะยาวของกลุ่มบริษัทในการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากกลุ่มสินค้าดังกล่าว รองลงมาเป็นกลุ่มยาและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเติบโต 13.27% และกลุ่มสินค้าบริโภคเติบโต 9.37 % และสินค้ากลุ่มอุปกรณ์การแพทย์และของใช้ภายในบ้านมีอัตราเพิ่มขึ้น 6.41%”
สำหรับในไตรมาส 4/68 กลุ่มบริษัทได้ขยายเครือข่ายร้านขายยา โดยเปิดสาขาใหม่จำนวน 1 สาขา ได้แก่ บางจาก คู่ขนานเอกมัย รามอินทรา ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 กลุ่มบริษัทมีร้านขายยาเปิดให้บริการรวมทั้งสิ้น 70 สาขา ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งส่งผลต่อยอดขายและการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ก.พ. 69)





